วันอังคารที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2553

10 อันดับนาฬิการาคาแพงที่สุดในโลก

10 อันดับนาฬิการาคาแพงที่สุดในโลก



The Patek Caliber 89 - $5,120,000
The Patek Caliber 89 - $5,120,000

Split Seconds Patek Philippe Reference 1436 By Tiffany  & Co. – $214,000
Split Seconds Patek Philippe Reference 1436 By Tiffany & Co. – $214,000

Patek Philippe Ref 5016P – $762,000
Patek Philippe Ref 5016P – $762,000

The Breguet Marie Antoinette – $XX,000,000
The Breguet Marie Antoinette – $XX,000,000

Jaeger-LeCoultre Gyrotourbillon 1 – $400,000
Jaeger-LeCoultre Gyrotourbillon 1 – $400,000

Rolex Submariner – $234,000
Rolex Submariner – $234,000

Vacheron Tour de l’Ile – $1,250,000
Vacheron Tour de l’Ile – $1,250,000

AP Royal Oak Grande Complication – $560,000
AP Royal Oak Grande Complication – $560,000

Richard Mille Tourbillon – $525,000
Richard Mille Tourbillon – $525,000

Ulysse Nardin Triplejack Minute Repeater – $340,000
Ulysse Nardin Triplejack Minute Repeater – $340,000


เครดิตคุณ :SATAN36

18 สาเหตุ ทำให้ไม่มีเรี่ยวแรง + อ่อนเพลีย

18 สาเหตุ ทำให้ไม่มีเรี่ยวแรง + อ่อนเพลีย

18 คำตอบ เวลาที่คุณรู้สึกไม่มีเรี่ยวแรง เวลาที่เราอ่อนเพลีย
เรามักโทษความ เครียดและการนอนน้อย
แต่ยังมีสิ่งผิดปกติอื่นอีกที่สามารถสูบพลังจนหมด ตัวคุณได้
โชคดีที่เรามีวิธีเรียกพลังใจและกายกลับคืนมา

1. ใช้โทรศัพท์มากเกินไป
คุณจะเสียน้ำในร่างกายไปทางปากขณะพูด ซึ่งเป็นอาการที่เรียกว่า
phone-fatigue ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่สำหรับพนักงานตามศูนย์บริการลูกค้า
อาการขาดน้ำทำให้ เลือดแข็งตัวและลดปริมาณออกซิเจนในระบบที่เป็นตัวให้พลังงาน
ดังนั้น ถ้าคุณใช้โทรศัพท์นาน ควรดื่มน้ำมากๆ ระหว่างคุย


2. ความดันเลือดต่ำ
ความดันเลือดต่ำคือสาเหตุใหญ่ที่คุณหมดแรง แพทย์ยังไม่รู้ว่าทำไม
แต่เป็นไปได้ว่ามันทำให้เลือดส่งไปยังสมองไม่เต็ม ที่
ซึ่งอาจทำให้อ่อนเพลีย
อาการที่พบได้บ่อยที่สุดในคนที่มีความดัน เลือดต่ำคือ
รู้สึกหน้ามืดเวลาลุกขึ้นปุปปับ หรือเวลายืนนานๆ
ถ้าคุณ มีอาการเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์


3. เล่นเน็ตดึกเกินไป
ฮอร์โมนเมลาโทนินจะกระตุ้นให้เรานอนหลับ
แต่ แสงจากจอคอมพิวเตอร์อาจทำให้เราหลับยาก
โดยเฉพาะเมื่อคุณกำลังดูสิ่งที่ สนใจอยู่ ซึ่งทำให้คุณมักนอนดึก
และมีเวลานอนหลับน้อยลง ให้คุณทำอย่างอื่นที่ผ่อนคลายกว่า เช่น
อ่านหนังสือแล้วดูสิว่าคุณจะตื่นตัวมากกว่าเดิมในวันใหม่ หรือเปล่า


4. กินอาหารไม่เต็มที่

การเฝ้ารออาหารจะเพิ่มปริมาณน้ำย่อย
และ ทำให้เราดูดซับสารอาหารได้มากขึ้นที่มันเกี่ยวกับอาการอ่อนเพลียก็เพราะการ ขาดธาตุเหล็กคือหนึ่งในสาเหตุของความอ่อนเพลียที่พบมากในผู้หญิง
ดังนั้น ไม่ว่าอะไรที่เพิ่มระดับสารอาหารให้คุณ
ก็จะเพิ่มพลังใจและกายให้ด้วย


5. ไม่ออกกำลัง
นักวิจัยพบว่าคนที่ออกกำลังอย่างน้อย 20 นาที
แม้ จะแค่อาทิตย์ละครั้งก็จะรู้สึกอ่อนเพลียน้อยกว่า
คนทที่ไม่ออกกำลังเลย ประมาณ 30%
ถ้าเห็นว่าออกกำลังเป็นเรื่องยากเกินไปให้คุณกินผักและผลไม้ เพิ่ม
คนที่กินผักผลไม้อย่างน้อย 4 - 5 จานต่อวันจะออกกำลังได้อย่างสบายๆ


6. อิทธิพลของเดือนเกิด
ถ้าคุณเกิดเดือนธันวาคม หรือมกราคม
จะ อ่อนเพลียในช่วงเย็นมากกว่าคนที่เกิดเดือนมิถุนายน
หรือกรกฎาคมที่จะขี้ เซาในยามเช้า นักวิทยาศาสตร์บอกว่า
การสัมผัสของแสงแดดยามเช้าประมาณ 15 นาที จะทำให้คนประเภทหลังตาสว่าง
ส่วนกาแฟยามบ่ายจะเพิ่มพลังให้กับคน ประเภทแรก


7. กรามแข็ง
คุณ สามารถใส่นิ้ว 3 นิ้วเรียงเป็นแนวตั้งเข้าปากพร้อมกันหรือเปล่า
ถ้าไม่ ได้ คุณคงมีปัญหาที่เรียกว่า โรค TMJ (temporomandi bular joint)
แพทย์ บอกว่ามันคือความไม่สมดุลระหว่างกล้ามเนื้อใกล้กราม
และตำแหน่งของฟัน อาการทั่วไปคืออ่อนเพลียและปวดหัว ปวดคอ หรือไหล่
ควรปรึกษาทันตแพทย์


8. ธรณีหน้าต่างสกปรก
จากการวิจัยพบว่า 88% ของบ้านทั่วไปจะมีราขึ้นตามหน้าต่าง
และการแพ้เชื้อราเหล่านี้เองคือ สาเหตุหนึ่งของความอ่อนเพลีย
ใช้ผงซักฟอกทำความสะอาดและตรวจดูผ้าม่านอาบ น้ำของคุณด้วยว่ามีราหรือเปล่า

9. ไม่ได้เอาผ้าห่มไปผึ่งแดด
ระดับความขึ้นสูงทำให้ไรฝุ่นเติบโตได้ ดี
มันอาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบตามหลอดลมในปอด
ทำให้หายใจติดขัดและ นอนหลับไม่สนิท
และเป็นสาเหตุของความอ่อนเพลียในวันต่อมา นำผ้าห่มผึ่งแดด
เป็นประจำเมื่อความชื้นหมดไป ก็ไม่มีไรฝุ่น


10. เชื่องช้า งุ่มงาม
ร่างกายจะใช้พลังงานมากขึ้นเมื่อคุณงุ่มง่าม
เพราะ ปริมาณกลูโคสเข้าสู่สมองน้อยลง คุณเลยอ่อนเพลีย
การผ่อนคลายกล้าม เนื้อที่ตึงเครียดทำได้โดยเหวี่ยงแขนไปหน้าและหลัง
สลับทีละแขน


11. อยู่ใกล้คนมองโลกในแง่ร้าย
คนที่มองทุกอย่างในแง่ร้ายจะฉุดพลัง คุณหดหายไปด้วย
เพื่อลดอิทธิพลของพวกเขาให้จินตนาการว่า
คุณกำลังใส่ เสื้อคลุมสีดำเวลาคุยกันก็จะยับยั้งไม่ให้คุณดูดพลังแง่ลบจากพวกเขาได้


12. อยู่ใกล้เครื่องใช้ ไฟฟ้ามากเกินไป
ขั้วบวกที่มาจากอุปกรณ์อิเล็ก โทรนิกส์
หรือเครื่องปรับอากาศอาจกระตุ้นให้เกิดฮอร์โมนที่ทำให้เราอ่อน เพลียและซึมเศร้า
ให้เสียบปลั๊กตัวแปลงขั้วไฟฟ้าเพื่อเพิ่มระดับของขั้ว ลบที่เสริมพลังในอากาศ

13. ลืมดื่มกาแฟตอนเช้า
ถ้าคุณไม่ได้ดื่มกาแฟยามเช้า พลังกายและใจอาจตกวูบในวันนี้
จากงานวิจัยพบว่าผู้ร่วมวิจัย 50%
มี อาการอ่อนเพลียถ้าไม่ได้ดื่มกาแฟถ้วยแรกของวัน ซึ่งมีถึง 13%
ที่ไม่ สามารถทำอะไรได้เลย


14. บ้านรก
ผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยบอกว่ากองสิ่งของรกเกะกะจะทำให้ สถานที่นั้นขาดพลังและกระตุ้นให้คุณขาดพลังไปด้วย
คุณไม่ต้องถึงกับเก็บ ทุกอย่างในทันที
แค่สะสางพื้นที่อาทิตย์ละครั้งก็ใช้ได้


15. ร่างกายมีปัญหา
แม้ว่าการเจ็บหน้าอกคือสัญญาณหลักๆ บอกถึงอาการโรคหัวใจ
แต่สำหรับเพศหญิงสัญญาณนั้นอาจเป็นความอ่อนเพลีย ซึ่งมีมากถึง 70%
ที่อ่อนเพลียภายในเดือนนั้น ก่อนหัวใจกำเริบ สัญญาณอื่นๆ อาจ
รวมถึงการนอนไม่หลับ หายใจขาดห้วง อาหารไม่ย่อย และความเครียด 43%
ของผู้หญิงไม่มีอาการเจ็บ หน้าอกเลย
แม้โรคหัวใจจะ กำเริบก็ตาม
พบผู้หญิงวัยก่อนหมดประจำเดือนเป็นโรคหัวใจน้อยมาก
แต่ ถ้าคุณรู้สึกไม่ดีควรตรวจร่างกาย โดยเฉพาะถ้าคุณมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ
เช่น สูบบุหรี่ ความดันเลือดสูง คลอเรสเตอรอลสูง เป็นเบาหวาน
หรือคนในครอบ ครัวเป็นโรคหัวใจ


16. กลั้นหาว
การ หาวเป็นวิธีธรรมชาติที่ร่างกายของเรากระตุ้นให้เราตื่น
นักจิตวิทยา บอกว่าการเคลื่อนไหวของ กรามจะบีบหลอดเลือดบนใบหน้า
ซึ่งส่งเลือดไปยัง สมอง การกลั้นหาวจึงเป็นการยับยั้งกระบวนการนี้
และทำให้คุณยิ่งง่วงนอน มากขี้น


17. ใช้ชีวิตตามตาราง
ตารางกิจกรรมที่เตือนคุณทุกอย่างว่าต้องทำอะไร บ้างคือตัวดูดพลังชั้นดี
นักวิจัยพบว่าคนที่คิดว่าเขา
ทำอะไรไปได้มาก แค่ไหนมักจะอ่อนเพลียง่ายกว่าคนที่ทำสิ่งที่ต้องทำไปเรื่อยๆ


18. หมอนเก่าเกินไป
ถ้าหมอนของคุณยวบยาบไม่แข็งพอ จะทำให้ลำคอของคุณไม่ได้ระนาบเดียวกับลำตัว
ซึ่งไม่เพียงทำให้กล้ามเนื้อ ตึงตัวซึ่งทำให้คุณนอนไม่หลับแล้ว
ยังไปกีดขวางระบบการหายใจเวลาคุณหลับ ด้วย
ถ้าหมอนของคุณอ่อนนิ่มจนโอบรอบแขนคุณได้ก็ถึงเวลาซื้อใบใหม่แล้ว

http://onknow.blogspot.com/2009/06/18.html

ปฎิบัติการโหด 731

ปฎิบัติการโหด 731


ปล.อ่านไม่จบไม่แปลก เพราะมันจะอ้ก!!!

จุดประสงค์ : ขอแค่ให้รู้ว่าปฎิบิติการแบบนี้มันมีอยู่จริงในโลกก็พอครับ

เรื่องเล่าที่ผมจะเล่านี้เป็นเรื่องจริงที่เคยมีข่าว ประกาศในสมัยก่อน หน่วยปฏิบัติ 731 เป็นชื่อของหน่วย
ปฏิบัติการทางการ แพทย์ของญี่ปุ่นภายใต้การควบคุมกำกับโดยหมออิชิอิ ชิโร เมื่อหมออิชิอิต้องการสมอง
มนุษย์สดๆเพื่อการทดลอง นายทหารผู้ช่วยจะได้รับคำสั่งให้ตระเวนจับชาวจีนหรือรัสเซียผู้โชคร้ายมายัง
ห้อง ปฏิบัติการเหยื่อถูกจับมัดตรึงติดกับเตียงผนัง ศีรษะคว่ำลงทหารนายหนึ่งได้เฉาะกระโหลกด้วยขวาน
อวัยวะส่วนที่ต้องถูกส่ง ไปในห้องปฏิบัติการของหมออิชิอิทันที ซากของเหยื่อเคราะร้ายจะถูกโยนลงไปใน
เตา เผาด้านหลังของหน่วยปฏิบัติการ


ขณะที่เหยื่ออื่นๆอีกนับเป็นร้อยรายได้จ้องมองผ่าน ห้องขังด้วยตวามตกตะลึงการผ่ามนุษย์แบบสดๆ ถือเป็น
เรื่องปกติของหน่วย ปฏิบัติการ731 ซึ่งอยู่ ณ เมืองกวางตุ้งในประเทศจีน


หน่วยปฏิบัติการ731เป็นหน่วยปฏิบัติการทางทหารของ ญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งมีหน้าที่ทำ
การค้นคว้าทดลองเพื่อ ผลิตอาวุธเคมีและชีวภาพเพื่อนำ ไปใช้กับพลเรือนในประเทศคู่สงคราม และหน่วย
731 กลายเป็นสิ่งเหี้ยมโหดที่สุดในประวัติศาตร์วงการแพทย์และประวัติศาสตร์ มนุษยชาติจนทุกวันนี้
การทดลองที่สำคัญทุกชิ้นจะใช้มนุษย์เป็นหนูตะเภา งานที่ดำเนินไปเป็นกิจวัตรประจำวัน เช่น

-การผ่าตัดมนุษย์โดยไม่ใช้ ยาสลบ
-การใส่สารพิษที่คิดค้นใหม่ลงในอาหารและน้ำดื่ม เพื่อฆ่าประชาชนทีละมากๆ
-การบังคับให้หญิงสาวร่วมเพศกับชายที่ป่วยเป็น โรคชิฟิลิสนับสิบคนเพื่อศึกษาและ
พัฒนาเชื้อซิฟิลิสที่รุนแรงที่สุดในประ วัติศาตร์มนุษย์
-การฉีดเลือด!ที่มีเชื้อเข้าร่างกายของมนุษย์ที่ถูกจับ มาเป็นเหยื่อ เพื่อดูผลการแพร่
เชื้อในมนุษย์ในมนุษย์เป็นๆ
-การจับ เหยื่อห้อยหัวลงจนกว่าจะตายเพื่อทดสอบความทนในการเอาชีวิตรอด
-การจับ เหยื่อเข้าไปทดลองและอัดความดันอากาศหรือดูดอากาศออกจนร่างระเบิดเละ
-การ จับ มนุษย์เปลือยผ้าร่างแช่ในน้ำที่อุณหภูมิเป็นลบ
-การ ตัดชิ้นส่วนของมนุษย์ออก เช่น ตัดกระเพาะออก นำลำไส้ต่อตรงมาที่หลอดอาหาร
เพื่อ ดูว่ามนุษย์ที่ไม่มีกระเพาะอาหารจะมีชีวิต อยู่ได้หรือไม่
-การตัดแขนขา และนำมาต่อใหม่ด้วยการสลับข้าง
เหล่านี้คือภารกิจของหน่วยปฏิบัติการ 731

ย้ำอีกครั้งที่กล่าวมานี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นใน สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อญี่ปุ่นโดนถล่มระเบิดที่ฮิโรชิม่า และ นางาซากิ บวกกับพ่ายแพ้ต่อรัสเซีย ปฎิบัติการ731จึงต้องยุติลง และทำลายหลักฐานทั้งหมดเพื่อไม่ให้นาๆอารยประเทศล่วงรู้ความลับได้ แต่ก็ไม่สามารถจะปกปิดคนๆบางคนได้หรอก ชายแก่คนหนึ่ง(ไม่ใช่นักโทษ แต่เป็นหมอที่เคยเป็นผู้ทรมานเหล่าผู้คน)ได้ออกมาเปิดเผยว่า "นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้ผ่าท้องเด็กชายชาวจีนอายุประมาณ10-12ขวบแบบสดๆโดย ไม่มีการใช้ยาสลบใดๆทั้งสิ้น ทีแรกเด็กคนนั้นก็ยิ้มๆเหมือนยังไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะตายอย่างทรมานจาก เหล่าหมอที่ขอให้เขานอนลงบนเตียงผ่าตัด แล้วพวกหมอซึ่งก็คือเขาได้ผ่าท้องเด็กคนนั้นอย่างเย็นชาเพื่อจุดประสงค์ เดียวคือ อยากจะรู้ว่าเด็กจะมีชีวิตอยู่ได้นานแค่ไหนหากถูกผ่าที่ท้อง เสียงกรีดร้องระงมของเด็กคนนั้นมันช่างไพเราะเสียเหลือเกินจนผมไม่อาจจะห้าม ใจไว้ได้" เขาเอ่ยกับผู้ที่ไปสัมภาษณ์เพื่อไปทำสารคดีเกี่ยวกับเรื่องนี้ นอกจากที่ผมและพี่ไรง่ะ2 กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีอีกอย่างที่แสนสุดยอดแห่งการทรมาน นั่นคือ เชลยบางคนจะถูกมัดไว้ที่ท่อนไม้ พร้อมกันนั้นพวกทหารญี่ปุ่นก็จะใช้ไม้ไผ่ชุบน้ำทำการขึงลูกอัณฑะนั่นให้แผ่ ตรึงที่สุดเท่าที่จะทำได้...เมื่อกลางแสงแดดที่สุดร้อน ตลอดจนไม้ไผ่ชุบน้ำที่ถูกแดดเผาจนความชื้นหดหายไป ย่อมทำให้ไม้ไผ่นั้นเกิดการตึงตัว รวมทั้งอุณภูมิข้างในที่สะสมความร้อนจะเดือดไปที่ลูกอัณฑะที่ถูกแผ่ตรึงจน น้ำหล่อเลี้ยงภายในเดือดสุกกลางแดด สิ่งเหล่านั้นรวมตัวให้เกิดการระเบิด จนอัณฑะนั้นฉีกขาดออกมาในอากาศพพร้อมกระเด็นขึ้นสูง และทำให้เชลยเจ็บปวดถึงแก่ความตายได้ในเวลาต่อมา นอกจากนี้ยังมีการเสพเวจมรรค หรือ เรียกว่า โซ่มนุษย์ วิธีการเล่นก็ง่ายๆ เพียงแค่ให้ผู้ชายยืนเรียงเข้าแถวหน้ากระดานหันไปทางขวาแล้วให้คนที่อยู่ ข้างหลังเอาอวัยวะสอดเข้าไปในรูทวารของคนข้างหน้า หากอวัยวะใครหลุดออกมาจากรูทวารคนข้างหน้าก่อนก็จะโดนมีดฟันหัวขาดทั้งๆที่ อยู่ในแถวเลย นอกจากนี้ว่ากันว่า หัวที่ขาดจนเลือดพ่งกระฉูด น้ำกามที่ถูกหลั่งออกมาหลังจากคนๆนั้นถูกตั้ดหัว คือภาพที่แสนสะอิดสะเอียงอย่างมาก นอกจากนี้แทนที่จะรู้สึกสงสาร ทาหรหรือคนทรมานต่างนั่งพนันกันอีกว่า อัณฑะใครจะระเบิดก่อน หรือ ไอ้น้องชายของเชลยคนใดจะหลุดก่อน ช่างเป็นภาพที่น่าเวทนายิ่งนัก

คุณสามารถเข้ารับชมหนังที่สร้างจาก เรื่องจริง ของปฎิบัติการ 731 อันเลวร้ายนี้ได้ที่เว็บลิงค์ข้างล่างนี้เลยครับ(อายุไม่ถึง18 ห้ามดู)ภายใต้ชื่อเรื่อง Men behind the sun หรือ จับคนมาทำเชื้อโรค


Part1 : http://video.mthai.com/player.php?id=23M1231867193M0
Part2 : http://video.mthai.com/player.php?id=23M1231869403M0
Part3 :
http://video.mthai.com/player.php?id=23M1231872790M0
Part4 :
http://video.mthai.com/player.php?id=23M1231874708M0
Part5 : http://video.mthai.com/player.php?id=23M1231876914M0

พาชมภาพวาดบันทึกประวัติศาสตร์ศิริราชพยาบาล

พาชมภาพวาดบันทึกประวัติศาสตร์ศิริราชพยาบาล


โรงพยาบาลศิริราช เป็นโรงเรียนแพทย์ที่ใครๆก็รู้จัก เป็นโรงพยาบาลที่มีแพทย์เก่งๆประจำอยู่ และยิ่งช่วงนี้แล้วโรงพยาบาลศิริราชเป็นข่าวทุกวันโดยเฉพาะการมาร่วมลงนาม ถวายพระพรพระเจ้าอยู่หัวของพสกนิกรชาวไทยจากทั่วสารทิศ

เมื่อลงนามเสร็จก็อย่างเพิ่งรีบกลับ อยู่ชื่นชมของดีศิริราชสักเล็กน้อย

ของดีที่ ว่าอยู่ไม่ไกล

เริ่มต้นจากพระราชานุเสาว รีย์ของพระบรมราชชนก จะเห็นศาลาศิริราช ๑๐๐ ปีที่เราเพิ่งลงนามเสร็จ

ตอนนี้มีภาพเขียนสีน้ำมัน พระบรมสาทิสลักษณ์ประดับอยู่ที่ตึก ๗๒ ปี และมีอักษรทรงพระเจริญอยู่บนตึก

กลับหลังหันเดินตรงไปที่อาคารอำนวยการ จะพบตึกรุ่นแรกๆของโรงพยาบาล

ของดีที่ควรชมอยู่ใต้ตึกนั้นเอง

เริ่มชมทางซ้ายมือก่อนครับ จะมีคำสอนใจของชาวมหิดล

ขอให้ถือประโยชนส่วนตัวเป็นที่สอง

ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง

นี่คือคำสอนที่ทำให้ชาวมหิดลเห็นแก่คนอื่น ดังคำสุภาษิตของมหาวิทยาลัย

อตฺตานํ อุปมํ กเร

จงปฏิบติต่อผู้อื่นอย่างที่ตนเองอย่างให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อตน

ซึ่งผู้บริหารนำส่งนี้มาบรรจุในวัฒนธรรมองค์กรของมหิดล นั่นคือ Altruism

จากนั้นเงยหน้าขึ้นจะพบภาพเขียนสีบน โถงเพดานครับ บรรยายประวัติของศิริราชพยาบาล

ภาพ แรกสะท้อนให้ห็นว่าโรงพยาบาลนั้น ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๕ ทรงพระราชทานกำเนิด

ให้เป็นที่ระลึกแด่ เจ้าฟ้าสิริราชกกุฏภัณฑ์ที่สิ้นพระชนม์เนื่องจากโรคระบาด


ภาพต่อมาเป็นวิวัฒนาการของโรงพยาบาลในด้านต่างๆ

วันเปิดพระราชานุเสาวรีย์สมเด็จพระบรมราชชนก

โรงพยาบาลศิริราชในปัจจุบัน มองจากท่าพระจันทร์

ภาพล่างจับบรรยายกาศครั้งประชาชนมาเฝ้าพระเจ้าอยู่หัวอย่างเป็น ห่วงในพระพลานามัยของพระองค์

สุดท้ายเป็นคำสอนใจ ที่อยู่อีกด้าน ที่สะท้อนให้เห็นถึงความเมตตากรุณาของสมเด็จพระบรมราชชนก

ที่ว่า ความ สำเร็จทางการแพทย์มิใช่อยู่ที่การเล่าเรียนจบจนได้รับปริญญาหากแต่อยู่ที่

การนำไปประยุกต์ใช้เพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติ


http://www.oknation.net/blog/hrd/2010/03/02/entry-1

.. แปลกๆทึ่งๆ !!เพราะที่นี่ คือ ใต้ที่ชายแดน.....

.. แปลกๆทึ่งๆ !!เพราะที่นี่ คือ ใต้ที่ชายแดน.....

.... พักเรื่องเครื่อง Gt200 ไว้ก่อน หลังจากเกิดความเลี่ยน กันมาตลอดสัปดาห์ โดยเฉพาะพี่น้องชายแดนใต้ของผม แทบอ๊วกออกมาเป็น การ์ดที่เสียบอยู่ในเครื่องนั้นเลยครับ....

แต่ สุดท้ายก็ยังไม่จบว่า แท้หรือเทียม เฮ้อ ... แล้วจะเชื่อใครดีหว่า ...........

... เรื่องราวแปลกๆ หลายหลาก อารมณ์ และความรู้สึก ต่อผู้พบเห็น ที่เป็นภาพชินตา บางภาพได้กลายเป็นอดีตไปแล้ว บางเรื่องยังคงมีให้เห็นในปัจจุบัน ส่วน ภาพภาพ และ บางเรื่องก็ยังคาตา คาใจของผู้คนทางนี้อยู่ มีทั้งสุข ทุกข์ เฉยๆ แล้วแต่จะไปกระทบกับใคร ผมลองพยายามเรียงร้อยภาพเท่าที่มีและพอหาได้ ในขณะนี้มาให้ดูกัน ...

.... คือพยายามทำให้เป็นเรื่องเป็นราว เจอภาพไหนก่อนก็เอามาแปะไว้ในบล็อค ไม่มีลำดับก่อนหลัง ท่านผู้ที่หลงทาง แวะเข้ามาดูชม อดทนหน่อยนะครับ...

ว่าแล้วก็มา เริ่มกันเลย....

... แวะมาดูอันนี้ก่อนดีกว่าครับ

... ป้าย " ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ " หรือ ศอ.บต..

ในปัจจุบัน... หลังถูกยุบไปหลายปี สมัยทักษิณเรืองอำนาจ...

... ถูกเปลี่ยนเป็น " ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชายแดนภาคใต้" อยู่พักหนึ่ง เมื่ออำนาจเปลี่ยนมือในปี 49 ศอ.บต. ก็กลับมาอีกครั้ง กะอีแค่แกะโฟม ป้ายชื่อศูนย์ดำรงธรรมฯ ที่เคยนำมาแปะไว้ออกเสีย แล้วทาสีใหม่ทับอักษรเดิมของ ศอ.บต.ที่มีอยู่ก่อนแล้ว เห็นไหม กลับกลายมาเป็น ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้เดิม ง่ายยังกะพลิกฝ่ามือ ...

บอกแล้วว่าที่นี่ มีอะไรที่ง่ายๆและแปลกๆ ไม่ใช่มีแค่ Gt200....

.... ระเบิดโชว์รูมรถยนต์ ในจังหวัดยะลาวันนั้น สร้างความเสียหายยับเยินไปหลายคัน..

... แต่พอตกเย็นกลับ มีรถกระบะคันใหม่รุ่นเดียวกะยี่ห้อเดิมที่ยับไปเมื่อเช้า ถูกนำมามาจอดแทนที่ เหมือนกะไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหมือนปาฏิหารย์ ....

... ส่วนทหารพรานนายนี้ เมื่อวันนั้น ตั้งด่านดูแลความสงบ บริเวณแยกบ้านเนียง ยะลา...อยู่ดีๆ..

... พออีกวัน พี่แกโดน ผู้หลงผิด (ห้ามเรียกโจรใต้) โยนระเบิดเข้าใส่ ได้รับบาดเจ็บต้องรีบนำส่ง รพ.กันอย่างโกลาหล..

... ขณะที่เรามีรถหุ้มเกราะ ไว้ป้องกันชีวิตรั้วของชาติทั้งระเบิดและอาวุธสงคราม คันละสิบกว่าล้านวิ่งเกลื่อนใน จชต.

... แต่อีกมุมหนึ่งเราก็ยังเห็น รถยนต์กระบะที่ใช้ลาดตระเวนของเจ้าหน้าที่บางหน่วย ยังคงใช้แผ่นไม้กระดานแผ่นหนาๆ มากั้นเป็นเกราะป้องกันวิถีกระสุนของฝ่ายตรงกันข้าม ทั้งๆที่ชีวิตแต่ละคนมีค่าไม่ต่างกัน....

.... ไม่น่าเชื่อว่า ครั้งหนึ่งเราได้เห็นนักรบยุคปัจจุบัน นำ"กริช" อาวุธสมัยโบราณ..

... ออกมาต่อกรกับอาวุธสมัยใหม่...

ผล สรุป.....(หาคำตอบได้ในเหตุการณ์ 28เมษา47)

.... วันหนึ่งที่จังหวัดปัตตานี มีการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด เพื่อรณรงค์ไม่ให้เยาวชน ตกเป็นเหยื่อยานรกที่ที่ระบาดเกลื่อนอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้...

... แต่ในเวลาและวันเดียวกันนั้น เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ตั้งด่านสกัดจับใบกระท่อม ยาเสพติดยอดนินมของวัยรุ่นที่นี่ได้เกือบ 100 กิโลกรัม ที่จุดตรวจเกาะหม้อแกง อ.หนองจิก ....

... และนี่ไม่แน่ใจว่ารถจักรยานยนต์คันนี้ ที่เจ้าหน้าที่ทหารดัดแปลงมาใช้งานให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ...

... จะกลายเป็นพฤติกรรมเลียนแบบของหนูน้อยคนนี้ ...

... งานศิลปะบนโต๊ะเขียนหนังสือที่เห็นอยู่นี้ นี้ไม่ทราบว่าเด็กนักเรียนในพื้นที่ จชต.ได้แนวคิด มาจากไหน...

... หรือตะปูเรือใบที่ชอบเกยตื้น เที่ยวอาละวาดทิ่มใส่ล้อรถชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ อยู่เป็นประจำ...

... จะทำให้รถข่าวที่ป๋าโด่งกะเณรรูนใช้เป็นประจำจะโดนเข้าบ้าง เพราะพฤติกรรมเลียนแบบ ..

งานนี้ทำป๋าโด่งเอว เคล็ดอยู่หลายวัน (เรื่องเก่านำมาเล่าใหม่ เพื่อให้เข้ากันเรื่อง).. หึๆ

... คิดดูแล้วกันขนาดรถพยาบาล ยังถูกถล่มซะพรุนทั้งคัน ...

... ไม่มีกฏ กติกา มารยาท ในการรบ แม้แต่ประเทศที่มีสงครามเต็มรูปแบบเขาก็ไม่ทำกัน...

... แล้วนับประสาอะไร กะรถยนต์แปลกหน้า ทุกชนิดหากล่วงล้ำเข้ามาในพื้นที่ จชต...

.... อาจมีตัวอักษรแปลกๆติดท้ายรถกลับไป...

และ นอกจากนี้ยังมีอะไรที่ แปลกๆอีกเยอะ อย่างเช่น...

... มีตำรวจแปลกๆ ที่ไม่เคยพกปืนขณะปฏิบัติหน้าที่ ทำงานเข้ากับมวลชนได้เป็นอย่างดีจนกลายเป็นตำรวจต้นแบบ ของ ภจว.ปัตตานี..

ปล.เรียนรู้ได้ แต่ ถ้าจะเลียนแบบ ต้องถามใจตัวเองให้ดี..

.... กีต้าร์แปลกๆ ของนักดนตรีคนนี้ เข้าบรรยากาศดีแท้กับชายแดนใต้...

... นี่ก็แปลกแบบน้ำตาซึม พี่น้องๆทหารหาญ บางนายขามานั่งรถบัส กันเหงื่อตก กว่าจะถึง จชต.. เพราะบางคันรถแอร์ไม่เย็น....

...แต่ขากลับบ้านนี่ซิ ได้ตีตั๋วนอน ขึ้นเครื่องบิน C130 แถมเหรียญ" บางระจัน" มีเพื่อนช่วยทหารช่วยแบกกระเป๋าขึ้นเครื่องให้อีกต่างหาก ....

... แล้วนี่ก็แปลกเหมือนกัน ไม่รู้ว่า ระหว่างลวดหนามหีบเพลง กับ รูปปั้นกินนรไร้ศรีษะ อันไหนเกิดขึ้นก่อน

... กินนรโดนทุบก่อน แล้วนำลวดมาล้อม หรือ โดนทุบทั้งๆที่มีลวดล้อมอยู่ก่อนแล้ว...

... ต้องกลับไปอีกรอบ...

.. นี่ก็ของแปลกผลงาน เจ้าหน้าที่ Rkk ฝ่ายขุดถนน เตรียมใส่ระเบิด โชคดี เจอเสียก่อนดูกันชัดๆ ให้เต็มตาว่ารูใหญ่ขนาดไหน ขนาดคนยังมุดเข้าไปได้สบายๆ ....

.... เกือบลืมไป

ลืมหรือยัง กล้องวงจรปิด CCtv ที่ติดเกลื่อน รกเสาไฟให้นกเอี้ยง นกนางแอ่นขี้ใส่ ตาม จชต.ในขณะนี้ ยังคง" บอดสนิท" มานาน แก้กันหรือยังจ๊ะ ผู้เกี่ยวข้อง อย่าทำเป็นลืม ....

... กลัวลืม เพราะช่วงนี้ GT200 เขามาแรง...

.... โดนพักงานมานาน ไม่รู้จะออกจากกรุเมื่อไหร่

เพราะ เพราะ Gt200 ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน..

แน่ะ .. จะจบอยู่แล้ว ยังวกมาเรื่อง Gt200 อีกจนได้.

http://www.oknation.net/blog/singslatan/2010/01/30/entry-1