วันพุธที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2553

ประกวดหนุมเซ็กซี่ในบาร์เกย์

ประกวดหนุมเซ็กซี่ในบาร์เกย์




#1
#2
#3
#4
#5
#6
#7
#8
#9
#10
#11
#12
#13
#14
#15
#16
#17

คำสารภาพของผู้ชายปืนโต

คำสารภาพของผู้ชายปืนโต




คงจะไม่มีผู้ชายคนไหนที่ไม่เคยใฝ่ฝันที่อยากจะมีปืนโตไว้อวดสาวๆ ยิ่งใหญ่มากยาวมากเท่าไรก็ยิ่งดีสาวๆคงชอบ แต่จะให้ทำยังไงได้ ก็มันไม่ใหญ่ให้หนิ แต่ก็คงจะไม่มีใครยอมรับหรอกว่ามีน้องชายอันเล็ก ซึ่งผู้ชายส่วนใหญ่มักจะบอกว่าของข้าใหญ่ ของข้ายาว บ้างคนถึงขั้น 9 นิ้วเลยที่เดียว อันที่จริงแล้วจะมีสักกี่คนกันที่มีปืนโต และการที่มีปืนโตนี้จะมีความสุขหรือเป็นทุกข์อะไรหรือป่าว..?

ซึ่งผมได้อ่านนิตยสาร cosmo เล่มหนึ่งทั้งๆที่เป็นนิตยสารของผู้หญิงแท้ๆ กลับมีเรื่องของ ไอ้ปืนโต มาบอกเหล่าให้ผู้หญิงได้ฟัง และนั้นมันก็ทำให้ผมได้รู้ว่าการมีปืนโตมันเป็นอย่างไง

จากคอลัมน์ที่ชื่อว่า "คำสารภาพของผู้ชายปืนโต" ซึ่งหนุ่มปืนโตคนนี้ได้เล่าให้ฟังว่า เค้าไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเจ้าโลกของเค้าใหญ่กว่าของคนอื่น และไม่เคยสนใจในจ้าวโลกของเขาเลยด้วย คิดแต่ว่าขนาดคงเท่าๆกันหมดแหละ จนกระทั่งวันหนึ่งหลังจากซ้อมฮ็อกกี้เสร็จหนุ่มปืนโตกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าใน ห้องน้ำรวม รุ่นพี่คนหนึ่งก็ร้องทักว่า "โอ้ว! แม่เจ้า ดูน้องชายมันสิ โคตรใหญ่เลย" ทุกสายตาจับจ้องมาที่น้องชายของเค้า มันจึงทำให้หนุ่มปืนโตได้รู้ว่าน้องชายของเค้าใหญ่กว่าของคนอื่นมาก

เรื่องมันไม่จบเท่านั้นหนุ่มปืนโตได้กลายเป็นเรื่องทอล์คออฟเดอะทาวน์ ของโรงเรียนไปเลยที่เดียว และเมื่อเข้ามหาวิทาลัยก็คงเป็นที่รู้กันอยู่ว่าเขา "ปืนโต" เรื่องผู้หญิงก็ไม่ต้องพูดถึงมีมากมายมาให้เลือกกันเลยทีเดียว หนุ่มปืนโตยังบอกอีกว่าเขาเคยมีอะไรกับผู้หญิงแค่คนเดียวที่ไม่รู้ขนาดของ น้องชาย ตอนแรกก็กังวลแต่ก็ไม่รู้จะบอกยังไง ก็เลยปล่อยเลยตามเลย สาวๆหลายคนก็ชอบในปืนโต แต่ก็มีบ้างคนที่ไม่ค่อยชอบที่จะเป็นฝ่ายขึ้นข้างบน เพราะมันลึกและเจ็บเกินไป

มันช่างน่าอิจฉาอะไรขนาดนี้ ฮ่าๆ แต่จะพูดไปบ้างที่มันก็เป็นทุกข์เหมือนกัน เมื่อสักวันได้เจอกับคนที่ใช่แต่ชื่อเสียงที่เรามีมันเป็นแบบนี้แล้วใครอยาก จะฝากชีวิตไว้ด้วย ก็เหมือนกับเรื่องของหนุ่มปืนโต เมื่อเขาได้รักผู้หญิงคนหนึ่งมากกว่าคู่นอน แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจีบเธอ หนุ่มปืนโตก็ไม่ละความพยายามและความตั้งใจ จึงตัดสินใจเลิกพฤติกรรมเก่าๆ และแล้วเขาก็ทำสำเร็จ แต่ไอ้เพื่อนนี้ล่ะสิสนิทกันมาก เวลาที่หนุ่มปืนโตมีอะไรกับสาวๆมันก็ชอบถามว่าเป็นยังไง แม้กระทั่งผู้หญิงคนที่หนุ่มปืนโตรักคนนี้ แต่เธอก็ตอบได้โดนใจมากว่า "ถ้ำรักของฉันก็ใหญ่เหมือนกัน" เป็นยังไงล่ะ จะไม่ให้รักได้ยังไง ตั้งแต่นั้นมาหนุ่มปืนโตก็ไม่ได้เอาน้องชายออกมาให้ใครได้ดูอีกเลย มีเพียงหญิงสาวคนนี้เท่านั้น

เมื่อเรียนจบก็แยกย้ายกับเพื่อนไปอยู่กันคนละทิศละทาง เพื่อนใหม่ที่รู้จักก็ไม่มีใครได้รู้เรื่องปืนโตอีกเลย บ้างครั้งหนุ่มปืนโตก็อดนึกถึงเรื่องปืนโตที่เพื่อนๆ สนใจไม่ได้ ซึ่งทำให้ได้รู้ว่า มันคือสิ่งที่ผู้ชายหลายคนอยากมี แต่มันอาจจะทำให้ความสัมพันธ์ที่แท้จริงยากยิ่งขึ้น

จนวันหนึ่งหนุ่มปืนโตได้นัดเพื่อนมาสังสรรค์ที่รีสอร์ทสนามกอล์ฟแห่งหนึ่ง ขณะออกรอบก็เกิดปวดฉี่แต่ไม่มีห้องน้ำเลยเดินไปริมป่า เมื่อหนุ่มปืนโตงัดปืนโตออกมารอยยิ้มก็เกิดขึ้นบนใบหน้าของเพื่อนๆ พร้อมกับพูดอย่างอาลัยอาวรณ์ว่า "ไม่ได้เห็นมันมาตั้งหลายปีแล้ว"

เป็นอย่างไรกันบ้างที่นี้ก็รู้แล้วว่าขนาดไม่ใช่เรื่องสำคัญขอแค่มีความรัก และจริงใจต่อกันก็พอ


http://www.fwdder.com/topic/208540

วิธีแต่งตัวให้ชายตัวเล็กดูสูงขึ้น

วิธีแต่งตัวให้ชายตัวเล็กดูสูงขึ้น




1.เลือกแบบเสื้อสักนิด
พยายามหลีกเลี่ยงเสื้อสเวตเตอร์ที่มีกระดุมมากกว่า 3 เม็ด เพราะเสื้อแบบนี้จะดึงความสนใจมาที่ช่วงบนของลำตัวคุณ นอกจากนี้เวลาสวมเสื้อหรือสเวตเตอร์ คุณต้องแน่ใจด้วยนะว่าชายเสื้อลงมาคลุมช่วงสะโพกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น วิธีนี้จะช่วยเพิ่มให้คุณดูสูงขึ้นได้อีกเล็กน้อย การสวมเสื้อคอวีจะช่วยให้ลำตัวของคุณยาวขึ้น จัดเรียงกึ่งกลางเสื้อคอเต่าจะทำให้ตัวคุณดูตัวบึก เพราะซ่อนช่วงคอของคุณไปซะหมดเลย

2.ใส่ให้พอดีๆก็สำคัญ
จำไว้ว่าการใส่เสื้อผ้าหลวมหลุดลุ่ยจะทำให้คุณดูเตี้ยม่อต้อทันที ฉะนั้นควรเลือกหาซื้อเสื้อผ้าที่ใส่แล้วเข้ารูปพอดีกับตัวจะดีกว่า เพราะจะช่วยทำให้คุณดูมีส่วนเว้าส่วนโค้งมากขึ้น เลี่ยงเสื้อหลวมที่ทำให้คุณต้องสอดเสื้อเข้าไปในกางเกง เพราะจะเป็นการเน้นช่วงขาและลำตัวยิ่งทำให้ดูเตี้ยลงไปอีก

3.สีเดียวที่ควรใส่
คุณควรจะเลือกสวมเสื้อผ้าและกางเกงให้เป็นสีเดียวกันไปเลย เพราะจะช่วยไม่ให้เห็นโครงสร้างรูปร่างที่ชัดเจนของคุณมากนัก อีกทั้งยังช่วยพรางสายตา ทำให้คุณดูสูงขึ้นมาอีกทางหนึ่ง

4.ใส่เสื้อผ้าลายแนวตั้ง
หาเสื้อผ้าที่มีลายแนวตั้ง หรือแนวทางลง จะช่วยให้ตัวของคุณแลดูยาวขึ้น ข้อแนะนำเล็กน้อย ไม่ควรสวมเสื้อผ้าลายแนวตั้งทั้งชุด เพราะมันจะไม่ได้ทำให้คุณดูดีเลย แต่ในทางกลับกันมันจะทำให้คุณดูเป็นตัวตลกมากกว่า

5.สีมืดๆและเนื้อผ้าบางเบา
โทนสีมืดๆเหมาะมากสำหรับหนุ่มๆตัวเล็ก โดยเฉพาะสีดำ หากคุณเป็นคนค่อนข้างเจ้าเนื้อหน่อยสีดำจะช่วยทำให้คุณดูมีรูปร่างบางลง และยังช่วยยืดตัวให้หนุ่มตัวเล็กทั้งหลายสูงขึ้นอีกด้วย ไม่เพียงแค่สี แต่เรื่องเนื้อผ้าก็เป็นสิ่งสำคัญ ควรเลือกเนื้อผ้าที่บางเบา หรือผ้าที่มีขนาดกลางๆ เพราะจะช่วยให้คุณดูโปร่ง และดูไม่ตัน สำหรับผ้าที่มีเนื้อหนาหนักจะทำให้คุณดูตันและเตี้ยลงอีกนะ

6.กางเกงเอวต่ำ เลิกคิดได้เลย
อย่าใส่กางเกงให้สูงจนเกินไปนัก ให้อยู่เหนือสะโพกเล็กน้อยก้อพอ หลีกเลี่ยงกางเกงเอวเอวต่ำทั้งหลาย ถึงแม้ว่ามันจะดูอินเทรนด์สุดๆ เพราะมันจะยิ่งทำให้ขาคุณสั้นกว่าความเป็นจริงอีก ไม่ควรใส่อะไรไว้จนเต็มกระเป๋ากางเกงเลย นั่นจะยิ่งทำให้ตัวคุณดูกว้างและเตี้ยลงไปอีกไงล่ะ ชายกางเกงควรลงมาปิดรองเท้าพอสมควรและให้ปิดคลุมถุงเท้าคุณได้พอดีๆ เพื่อช่วยให้ขาคุณดูยาวขึ้น

7. อย่ามองข้ามเครื่องประดับ
ควรหลีกเลี่ยงการใช้โบว์หูกระต่าย เปลี่ยนมาใช้เนคไทเส้นยาวๆดีกว่า ยิ่งได้ลายเส้นๆเป็นแนวทแยงยิ่งดี ส่วนสายเอี๊ยมนั้นถึงแม้ว่ามันจะดูน่ารัก แต่จะยิ่งเน้นช่วงบนของคุณมากขึ้น ดังนั้นเลี่ยงไปเลยดีกว่า

8.รองเท้า ช่วยได้เยอะ
ในส่วนของรองเท้าก็มีส่วนช่วยให้คุณดูสูงขึ้นได้ในทุกสถานการณ์ คุณสามารถสวมใส่รองเท้าได้ทุกรูบแบบ เพียงแต่หารองเท้าที่มีส้นสักหน่อย โดยมีความสูงของส้นประมาณ 2-3 นิ้วก็เพียงพอ เพื่อให้ดูเหมาะสมและกลมกลืนกับสรีระของคุณ

ในความเป็นจริงแล้วสิ่งสำคัญ ไม่ใช่แค่เรื่องที่ว่าคุณจะสูงแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าคุณดูดีแค่ไหนมากกว่า ดังนั้นเมื่อคุณเลือกการแต่งกายที่เหมาะสมกับตัวคุณแล้ว ก็อย่าเพิ่งลืมเรื่องบุคลิกภาพด้วย

- การวางท่าทางให้ดูดี อย่างท่าทางการนั่งคุณควรนั่งหลังตรง ถ้าเก้าอี้คุณมีเบาะหลังก็ควรนั่งหลังชิดเบาะไปเลย หรือแม้กระทั้งเวลายืนคุณก็ควรยืนหลังตรง ยืดคอตรงตลอดเวลา อย่าทำหลังงอเด็ดขาด เพราะจะทำให้ดูเตี้ยลงไปถนัดตาเลยล่ะ

- ท่องไว้เลยว่า ทรงผมสั้นเหมาะกับผู้ชายหุ่นเล็กกะทัดรัดอย่างคุณ หากคุณไว้ผมยาวรกรุงรังจนปิดช่วงคอและไหล่ ซึ่งจะทำให้ศีรษะและรูปร่างกลืนกันไปเป็นท่อนเดียว ซึ่งไม่ได้ช่วยให้คุณดูสูงขึ้นเลยสักนิด

- หนุ่มๆที่บึกบึนมีกล้ามเนื้อเยอะ จะดูตัวหนาและตันกว่า เพราะฉะนั้นพยายามให้ร่างกายดูบางหน่อย อย่างเช่นการออกกำลังกายเพื่อกระชับกล้ามเนื้อ แค่ทำให้ไหล่คุณดูกว้าง และแข็งแรงพร้อมที่จะปกป้องสาวๆก็เพียงพอแล้ว เท่านี้ก็ช่วยเสริมความสูงให้กับรูปร่างได้แล้วค่ะ


fwdder.com

16 หนุ่มอกล่ำน่ากอดแห่งปี 2009

16 หนุ่มอกล่ำน่ากอดแห่งปี 2009




วันนี้ ขอลงดีเทล เจาะลึก ไปที่หนุ่มผู้มี หน้าอกแน่นล่ำ น่ากอด ที่สุดแห่งปี 2009 (16 Sexy Chests to Be Thankful For) ประมวลผลโดยนิตยสารพีเพิ่ล (People)

1. แซค เอฟรอน (Zac Efron)
เห็นหน้าอ่อนๆ แบบนี้ แต่หน้าอกหนุ่มแซคไม่อ่อนอย่างที่คิด เพราะวัดจาก สายตาแล้ว น่าจะทั้งเนียนแต่แน่นน่า กอดให้นานๆ เป็นที่สุด


2.แมทธิว แมคคอนนาเฮย์ (MatthewAMcconaughey)
แอบแชะภาพได้จากหาดมาลิบู ขณะหนุ่มแมทธิวไปเล่นเซิร์ฟ ผิวสีแทนกับอกแน่นกำลังดี อืมมมมม...

3. เดวิด เบ็คแฮม (David Beckham)
ติดโผรอบสอง ก็พี่เบ็คแกทั้งหล่อทั้งล่ำออกปานนี้นี่นา ภาพนี้เก็บตกมาจากแมตช์ในวอชิงตัน ดี.ซี.


4. ฮิวจ์ แจ๊คแมน (Hugh Jackman)
ขณะถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The X-Men Origins: Wolverine ที่ออสเตรเลีย หนุ่มฮิวจ์อวดแผงอกท้าพิสูจน์ความล่ำ



5. คริส พาย (Chris Pine)
นักแสดงจาก Star Trek ขณะวิ่งจ๊อกกิ้งยามเช้าที่ Silver Lake แคลิฟอร์เนีย กับแผงอกขาวเนียนแน่นเปรี๊ยะ

6. ดเวย์น จอห์นสัน (Dwayne Johnson)
จิบน้ำคลายร้อนขณะพักร้อนที่ฮาวาย หน้าอกล่ำหนากับลายสักแบบนี้ ดูยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรีฉายา ‘The Rock’


7. ดีเร็ก ฮูวจ์ (Derek Hough)
ดาราหนุ่มจาก Footloose แสดงให้เห็นว่าการเป็นหนุ่มนักเต้นส่งผลดีต่อหน้าอกได้อย่างไร ภาพนี้เขากำลังสนุกกับเกม Tetherball บนหาดมาลิบู

8. โรเจอร์ เฟดเดอเรอร์ (Roger Fedderer)
นักเทนนิสแชมป์วิมเบิลดัน ถอดเสื้อโชว์อกแน่นซ้อมเทนนิสในสนามของยู.เอส.โอเพ่น ที่ Queens นิวยอร์ก

9. เกวิน รอสเดล (Gavin Rossdale)
สามีสุดหล่อของเกวน สเตฟานี ที่มีหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม และดูเซ็กซี่ไม่น้อยหน้าภรรยา ภาพนี้แชะได้ที่หาดมาลิบูเช่นกัน

10. มาร์ค ซานเชซ (Mark Sanchez)
ควอเตอร์แบ๊ครูปหล่อแห่งทีม New York Jets โชว์แผงอกหนา กลางแดดกลางสนามโรงเรียน Mission Viejo แคลิฟอร์เนีย



11. แอสตัน คุชเชอร์ (Aston Kutcher)
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเจ๊เดมี่ มัวร์ ถึงได้ติดอกติดใจนัก เพราะหญ้าอ่อนแอชตันมีหน้าอกขาวจั๊วะแน่นเปรี๊ยะแบบนี้ไง


12. จีซัส ลูซ (Jesus Luz)
นี่ก็หญ้าอ่อนอีกคน ขณะไปทริปฮันนีมูนที่หาด Ipanema เมืองริโอ เดอ จาเนโร ประเทศสเปน น่าอิจฉาคุณป้ามาดอนน่าจริง-จริ๊ง


13. มาริโอ้ โลเปซ (Mario Lopez)
หนุ่มมาริโอ้ทำให้อุณหภูมิที่หาดแถบเมืองซานดิเอโก้ ยิ่งร้อนขึ้นเป็นเท่าตัว ด้วยหน้าท้องแบนราบและหน้าอกที่ล่ำ ก้ามปูได้อีก

14. เมแชด บรู๊ค (Mechad Brooke)
พิสูจน์ความแข็งแรงกำยำของร่างกาย ด้วยการร่วมเข้าแข่งขันไตรกีฬาที่เกาะฮาวาย



15. คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (Christiano Ronaldo)
นักฟุตบอลค่าตัวแพงประจำทีม Real Madrid ชูสองนิ้วภาคภูมิใจ กับชัยชนะและหน้าอกล่ำบึ้ก

16. เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์ (Taylor Lautner)
มาแรงเกินยั้งในบทบาทเจค็อบแห่ง Twilight New Moon ที่ลงทุน ถอดเสื้อโชว์ อกล่ำตลอดทั้งเรื่อง

ที่มาภาพและเรื่องจาก อิมเมจ และ people

ลับสุดยอด 5 สิ่งที่ผู้ชายกลัว

ลับสุดยอด 5 สิ่งที่ผู้ชายกลัว

คุณผู้หญิงโปรดฟังทางนี้ด่วน...เพราะฉบบันี้คุณผู้ชายเค้าขอแอบเมาท์สิ่ง ที่เค้ากลัวให้สาวๆได้ฟังกัน ดูผิวเผินอาจจะไม่เกี่ยวกับคุณสาวๆนะ แต่ขอโทษ... ผิดถนัดเลยเพราะว่าสิ่งที่ผู้ชายกลัวน่ะล้วนแต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสาวๆ ทั้งน้าน...ว่าแต่ชายหนุ่มเค้ากลัวอะไรกันบ้างล่ะเนี่ย ? ตามไปสืบให้รู้แน่ดีกว่า...



กลัวการเปลี่ยนแปลง...

แน่นอนว่าคุณผู้ชายน่ะกลัวการเปลี่ยนแปลงเป็นที่สุด นั่นเพราะว่า การที่เขาเคยมีอิสระมาก่อน แต่เมื่อมาคบกับคุณผู้หญิง เมื่อแรกที่คบกันนั้นต่างคนก็ต่างเกร็งและไม่ค่อยจะเผยนิสัยที่แท้จริงออกมา และเมื่อคบกันเป็นจริงเป็นจังจนถึงขั้นอยู่กินกันฉันสามีภรรยาแล้ว นิสัยที่ไม่เคยเผยก็ค่อยๆเผยอออกมา และคุณผู้หญิงก็มักจะบังคับให้ฝ่ายชายเปลี่ยนแปลงนิสัยเสียใหม่ อีตอนเป็นแฟนกันก็ฟังกันดีๆอยู่หรอก แต่พอเป็นมากกว่าแฟนแล้วนี่สิร้อยละเก้าสิบเลยเอ้า ที่ฝ่ายชายไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน ยิ่งหากสาวเจ้ามาออกคำสั่ง ยิ่งกลับทำให้เขาอึดอัดเหมือนโดนบังคับซะนี่...การเป็นตัวของตัวเองเป็นสิ่ง ที่เขาปรารถนาที่สุด ทางที่ดีควรใช้วิธีการพูดที่ไม่รุนแรงเกินไปดีกว่า



กลัวแฟนสาวจะปล่อยตัว

เชื่อขนมยายเมาท์กินได้เล้ย...ว่าคุณหนุ่มๆ น่ะกลัวแสนกลัวกับการที่สาวเจ้าจะปล่อยตัวเอามากๆ อีตอนแรกๆ ไปไหนไปกัน กินไหนกินกัน เป็นแฟนอะไรก็ดูดีไปหมด แต่นานวันเข้าเมื่อตกร่องปล่องชิ้นกันไปแล้ว หุ่นที่เคยเพรียว ลมพัดมาแล้วแทบปลิวเนี่ย ก็เริ่มจะหนาขึ้น สรีระในร่างกายเริ่มขยาย เพราะเจ้าหล่อนคงคิดว่า ไหนๆก็ขายออกแล้วสิน่า ยังไงซะฝาละมีคงไม่หนรีไปไหนร๊อก...รีบลบคิดอย่างนี้ทิ้งไปเลยจ้า แหม! ยังไง้ยังไงผู้ชายส่วนใหญ่ก็ต้องชอบสาวหุ่นดีนะจะบอกให้ ยังไงก็อย่าเผลอตามใจปากให้มันมากกว่านี่ล่ะแม่คุ๊ณ...เคยได้ยินมะคำว่า พะโล้น่ะ...อย่าปล่อยให้ฝ่ายชายเค้าเรียกคุณอย่างนั้นเลย...เพี้ยง



กลัวสาวเจ้าจะแปลงร่างเป็นยายแก่ขี้บ่น

ตอนคบกันแรกๆ ก็ดูเหมือนจะไปได้ดี เพราะมีอะไรเจ้าหล่อนก็ต้องเตือนให้ผมทำในสิ่งทีดี่ ที่ถูก และที่ควร แต่เมื่ออยู่ไปด้วยกันนานวันเข้า เธอก็เริ่มจะพูดประโยคเดิมๆ หรือที่ชาวบ้านเค้าเรียกกันว่า”บ่น” นั่นล่ะ โอ้ ! แม่เจ้า เธอแปลงร่างกลายเป็นสาวขี้บ่นไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันหนอ ยิ่งได้ฟังทุกวันๆ ซึ่งแม้จะกลายเป็นเรื่องปกติก็ตาม แต่เชื่อเหอะว่ายังไงความรำคาญใจย่อมมีอยู่ในใจเขาแน่นอน อยู่ที่ว่าเขาจะกล้าพูดมันออกมารึไม่ เพราะหากพูดออกมาแล้วอาจมีการวางมวย เรื่องเล็กๆจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ สู้นั่งเงียบทำหูทวนลมสักพักเธอคงจะเงียบไปเอง...ว่าแต่ไอ้ที่นั่งเงียบๆน่ะ แกล้งไม่ได้ยินหรือฟังมากไปจนหูตึงรึเปล่าหนอ?



กลัวเธอหลังยาวตัวเป็นขน

หากคุณผู้หญิงที่ได้แฟนรวยก็ถือว่าโชคดีไป เพราะหากเจ้าหล่อนไม่ทำงานคุณผู้ชายเค้าก็หาเลี้ยงคุณได้ แต่หากคบกันแล้วและอยู่ในสถานะที่มีภาระทั้งคู่ แต่แล้วในคืนวันเพ็ญ เอ๊ย ! ในวันที่ได้ร่วมหอลงโรงกัน รู้ทั้งรู้ว่าต่างฝ่ายต่างมีภาระที่ต้องรับผิดชอบ แต่สาวเจ้ากลับแปลงร่างอีกสักรอบกลายเป็นมนุษย์หลังยาว ขี้เกียจตัวเป็นขน ปล่อยให้ชายหนุ่มทำงานอยู่ฝ่ายเดียว แถมเงินเดือนที่ได้จากฝ่ายชาย ไม่ชอปปิ้งก็เล่นไพ่ ใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือยแทบจะชักหน้าไม่ถึงหลังเลยทีเดียว ก็แม่เจ้าประคุณไม่ได้เป็นคนหาเงิน หรือแลกด้วยหยาดเหงื่อและแรงงานเหมือนชายหนุ่มเค้านี่ ส่วนชายหนุ่มก็จำต้องทน...ทน...แล้วก็ทน...แถมบ่นต่อท้ายว่า...รู้แล้ว ว่านรกมีจริง



กลัวเจ้าหล่อนจะทิ้งคุณไป

แม้จะกลัวอะไรต่อมิอะไร(กับสิ่งที่ไม่ดี)ในตัวเจ้าหล่อนก็ตาม แต่เชื่อไหมว่าสิ่งที่ชายหนุ่มน่ะกลัวที่สุดคืออะไร...แต่น...แตน...แต้น... กลัวถูกทิ้งคร้าบ...ทั่น ก็แหม! คิดดูสิ...อุตส่าห์เสียเวลาจีบมาก็ตั้งนาน กว่าจะได้เธอเป็นแฟน กว่าจะได้แต่งงานกัน วันเวลาที่ผ่านมาก็แสนจะมีความสุข ทุกข์ก็กล้ำกลืนฝืนทน แต่พอเธอจะทิ้งไป ทนม่ายด้าย....เศร้าแสนเศร้า...ว่าแต่สาวเจ้าจะคิดอย่างชายหนุ่มที่รักเธอคน นี้ไหมหนอ ?…



ผู้ชาย ที่ไม่ควรเสียเวลาด้วย



ผู้ชายที่ไม่ควรเสียเวลาด้วย ♥♥




ปลายฝนต้นหนาวเลข 29 มาเยือน คุณเอ๋ย ยังเสียเวลากับผู้ชายแบบนี้อยู่หรือเปล่า

1. ผู้ชายที่คิดว่างานบ้านเป็นเรื่องของผู้หญิงและไม่คิดจะช่วย คิดว่าไม่ผิดที่ผู้ชายจะมีกิ๊กหรือชู้= ต้องโทษประหาร สับแล้วโยนให้เป็ดกิน


2. มีหนี้ท่วมหัว เป็นหนี้พนันบอล บัตรเครดิตและหนี้อื่นๆ


3. ผู้ชายวัยทำงานที่ยังนั่งเล่นเกมส์เป็นกิจวัตร และไม่ทำกิจกรรมอะไรนอกจากนอนในวันหยุด = ต้องส่งกลับไปอยู่ รร อนุบาลกินนอน


4. ผู้ชายที่อายุมากกว่าแต่รายได้ต่ำกว่า = มีแฟนเหมือนมีพ่อ แถมขอเงินก็ไม่ได้


5. ผู้ชายอายุน้อยกว่า ที่คิดว่าเรามีรายได้มากกว่า และจ้องแต่จะให้เราจ่าย = มีแฟนเหมือนมีลูก ป้าบเราแล้วยังจะให้เราจ่ายค่าไอติม


6. ไม่พาเราไปแนะนำให้ครอบครัวเค้ารู้จักและไม่เคยพาไปบ้านช่องเค้า = คงโกหกอะไรชัวร์ หรือครอบครัวคงเป็นแบบ Adam’s Family


7. ผู้ชายที่ไม่แน่ใจตัวเองว่าชอบผู้หญิงรึเปล่า = ประตูหน้า Lock lock lock!! แบบนี้ระวังโรค


8. ผู้ชายที่มีครอบครัว อ้างว่าแยกกันอยู่แล้วแต่หย่าไม่ได้ (แถวบ้านเรียกว่าโกหก) = มุขนี้หมาแก่อายุ 35 ขึ้นไปชอบเอาไว้หลอกเด็กอายุ 20 กว่าๆ 29 แล้วอย่าหลงกล เอาน้ำร้อนราดมันซะ!


9. ไม่สามารถเสียสละเวลางานเพื่อเราได้ ไม่ว่าเรื่องจะฉุกเฉินแค่ไหน = บ้างานแบบนี้จะแต่งกับมันเอาโล่ห์หรอ


10. ผู้ชายที่ Give silent treatment = มีปากแต่ไม่รู้จักใช้พูดปรับความเข้าใจ มีเรื่องทีไรเงียบตลอด


11. ผู้ชายที่แมนมาก ไม่เดินจับมือ ไม่ช่วยถือของ และเดินนำหน้าผู้หญิงตลอด = เราเดินตกท่อมันยังไม่รู้เลย


12. ไม่คิดจะแต่งงานกับเรา ไม่มีการออมเงินเพื่อแต่งงานหรือสร้างครอบครัว ไม่เคยคุยกันเรื่องนี้


13. ผู้ชายที่คบกับคุณเพราะคุณรวย = หวังเงินหรือผลประโยชน์จากคุณและครอบครัวคุณ


14. ผู้ชายที่ไม่เคารพพ่อแม่คุณ


15. พูดจาหยาบคาย



fwd

อีกสองร้อยปีฉันรวยแน่ ความจริงที่ไม่ได้ฝัน ของชายวัย 73

อีกสองร้อยปีฉันรวยแน่ ความจริงที่ไม่ได้ฝัน ของชายวัย 73

... สัมผัส ความรวยแท้ๆ และยั่งยืน ของชายชราสุดแสนธรรมดา สามัญคนหนึ่ง ที่ไม่สามารถตีมูลค่าทรัพย์สินเป็น " เงิน" ได้ เพราะ เงินไม่ใช้พระเจ้าสำหรับเขา ......

.....................................................

.......................................................
... .. สองฟากถนนที่ลัดเลาะไปตามเนินเขา สลับกับที่ราบ ตามชุมชนทางภาคใต้ ไม่ใช่เรื่องแปลก ที่เราจะเห็นสวนยางพาราที่ยืนต้นเรียงรายเป็นแนวยาวสุดลูกหู
ลูกตา พืชเศษฐกิจสำคัญของชาวใต้ซึ่งปัจจุบันราคาพุ่งสูงเฉียด 100บาท ต่อกิโลกรัม ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อไม่นาน ราคาดิ่งลดเหลือไม่ถึง 50บาท แต่ถึงอย่างไรคนใต้ ก็ยังคงต้องพึ่งพายางพารา พืชเศรษฐกิจเชิงเดี่ยวชนิดนี้ ที่ทำกันมาตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษ จนถึงปัจจุบันแม้แต่ที่นายังถูกปรับพื้นที่ปลูกยางพารากันเกือบหมด ....


.... แต่ที่บ้านโหล๊ะบอน ต.วังใหญ่ อ.เทพา จ.สงขลา มีชายชราคนหนึ่งที่ไม่หลงไปตามยุคสมัย หรือปล่อยชีวิตให้ผันผวนไปตามราคายางพารา บนพื้นที่กว่า 40ไร่ ของเขาซึ่งมีลำคลองสายเล็กๆไหลผ่าน ทึบ ครื้มไปด้วยไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่แข่งกันขยายลำต้นเขียวขจี สร้างความงุนงงสงสัยและชวนหาคำตอบต่อผู้ผ่านไปมาบนเส้นทาง หน้าบ้าน ว่าใครกันนะคือผู้เนรมิตสวนป่าแห่งนี้สวนกระแสยุคราคายางแพง ....


..... นายวิชาญ สุขปุนพันธ์ ที่ชาวบ้านรู้จักกันดีในนามครูวิชาญ หรือ ลุงห้วน ชายชราวัย 73 ปี อดีตครูบ้านนอกตลอดชีวิต ที่หน้าที่พ่อพิมพิ์ของชาติ วนเวียนอยู่แต่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มาตั้งแต่ปี 2501 ก่อนที่จะอำลาชีวิตเรือจ้าง โดยเกษียณอายุราชการให้แก่ตัวเอง เมื่อปี 2537 ขณะอายุได้ 55 ปึ แม้วัยจะล่วงกลางคนมาแล้วแต่ เรี่ยวแรงยังคงมีอยู่เหลือเฟือ ลุงห้วนลงมือลงสานฝันให้ตนเองที่เคยวาดหวังไว้เมื่อครั้งเป็นครูตั้งแต่บัด นั้น จนกลายเป็นความจริงที่สามารถจับต้องได้

ในทุกวันนี้.....

... ลำคลองสายเล็กๆที่ไหลผ่านสวนป่า ในช่วงหน้าแล้ว น้ำเริ่มแห้งขอด เพราะป่าต้นน้ำถูกทำลาย เช่นเดียวกับพื้นที่อื่นๆของภาคใต้ ....


...... ลุงห้วนเล่าให้ฟังว่า ตั้งใจจะสร้างสวนป่าให้เป็นมรดกของธรรมชาติแก่ลูกหลานยุคต่อ ๆไปในอนาคต และรวมไปถึงชาวโลก เพื่อทดแทนผืนป่าที่ถูกทำลาย ซึ่ง หลายคนที่ได้มีโอกาสเข้ามาวิสาสะและสัมผัสเมื่อครั้งแรกเริ่ม อาจมองแนวคิดของลุงห้วนว่าเป็นเรื่องเพ้อฝัน สุดโต่ง ว่าผืนดินแค่เพียง 40 กว่าไร่จะช่วยลดภาวะวิกฤตโลกร้อนที่มวลมนุษยชาติ กำลังเผชิญอยู่ได้อย่างไร แม้ไม่มีใครพูดให้เข้าหู แต่ชายชราที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน คนบ้านนอกธรรมดาๆคนหนึ่ง ที่ยังคงยึดมั่นกับแนวทางของตนเองกลับมีมุมมองที่ต่าง แต่ไม่โต้แย้งเพียงแต่ยืนยันเจตนารมณ์เดิมว่าต้องทำให้ได้แม้จะเป็นเพียงเศษ เสี้ยวเล็ก ๆ หากมองถึงภาพรวมทั้งโลก แต่ก็ยังดีกว่า ไม่ได้ทำอะไรเลย


......... ฉาน(ฉัน) ไม่ได้หวังว่าจะแก้ปัญหาให้คนทั้งโลก ต้นไม้ที่ฉันปลูกหวังเพียงแค่เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยฟอกอากาศให้โลก ผืนป่าของฉาน ได้เป็นที่อยู่อาศัยของไก่เถื่อน (ไก่ป่า) และนกกาที่มาสร้างรังหรือแม้แต่สัตว์เลื้อยคลานนานาชนิดได้มาหลบภัยจากน้ำ มือมนุษย์ แค่นี้ฉานก็พอใจแล้ว...............
ปี 2537 ลุงห้วนลงมือสร้างป่า จุดประกายคำว่า มรดกธรรมชาติ .......การปลูกต้นไม้ของลุงห้วน เริ่มต้นต่างจากการปลูกยางพารา หรือการสร้างสวนผลไม้ทั่วไปของชาวใต้ที่ต้องมีการจัดระบบต่าง ๆ ตามหลักเกษตรกรรมเชิงพาณิชย์ แต่วิธีการของลุงห้วนกลับยึดหลักธรรมชาติที่ว่าสรรพสิ่งในโลกนี้ย่อมพึ่งพากัน ฉะนั้นจึงไม่มีการทำลายต้นไม้เดิมที่มีอยู่ แต่ใช้หลักการปลูกเพิ่ม โดยใช้พันธุ์ไม้ท้องถิ่นภาคใต้ เช่น ตะเคียน ตำเสา สะเดา พะยุง หลุมพอ หมาก พลูตั๊กแตน และไม้อื่น ๆ นอกจากนี้ยังได้ทดลองปลูกไม้มะฮอกกานีอีกด้วย หากจะนับจำนวนต้นไม้ที่มีอยู่ในสวนป่าผืนนี้คงต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะรวบ รวมได้หมด .....


ลุงห้วนบอกว่า.......ไม่ต้องนับกันให้เหนื่อย เท่าที่ฉานสุ่มนับดูคร่าวๆมีไม่ต่ำกว่า 50,000 ต้น ....


...... ช่วงแรกที่ลงมือปลูกต้นไม้ ลุงห้วนต้องฝ่าฟันกับอุปสรรคมากมาย ทั้งการปรับพื้นที่ จากสภาพดินเดิมซึ่งเป็นดินทรายที่ปลูกต้นไม้ไม่ค่อยได้ผล และสายตาของผู้คนรอบข้างที่มองมาอย่างแปลกๆระคนความสงสัยเนื่องจากพื้นเพ เดิมลุงห้วนไม่ใช่คนที่นี่มาแต่กำเนิด แต่ด้วยความอดทนเป็นที่ตั้ง ประกอบกับความรู้ทางการเกษตรร่ำเรียนมาทำให้การแก้ปัญหาผ่าน พ้นไปด้วยดี ....


.....“ขี้วัวนั่นแหละคือปุ๋ยอย่างดี ไม่ต้องไปซื้อหาที่ไหน เพราะฉานมันเลี้ยงไว้เต็มคอก” ลุงห้วนสรุปสั้น ๆ ส่วนพันธุ์ไม้ก็ตระเวนขอไปทั่วทุกที่ที่มีการ เพาะพันธุ์ต้นกล้าแจก โชคดีที่เมื่อครั้งยังเป็นครูลุงห้วนเป็นคนที่มีเพื่อนฝูงเยอะหลายวงการจึง ทำให้สามารถหาพันธุ์ไม้ได้ไม่ยากนัก หลังจากปลูกมาระยะหนึ่งต้นไม้ที่ปลูกก็ผลิดอกออกผล ลุงห้วนก็นำเมล็ดมาเพาะ ขยายพันธุ์ไปเรื่อย ๆ จนมีต้นไม้เต็มผืนดินสองฝั่งคลอง ต้นไม้ทุกต้นได้รับการดูแลเอาใจใส่ ใช่เพียง

การให้น้ำให้ปุ๋ยเท่านั้น ทุกวันลุงห้วนจะสังเกตความเปลี่ยนแปลงทั้งการเจริญเติบโต และความผิดปกติ หากถามบุคลิกลักษณะความเปลี่ยนแปลงของพันธ์ไม้แต่ละชนิดลุงห้วนจะตอบได้แทบทุกคำถาม แม้อัตราการขยายตัวของเส้นรอบวง ที่ลุงห้วนจะวัดทุกปี โดยข้อมูลที่บันทึกไว้สรุปได้ว่าต้นมะฮอกกานีขยายเส้นรอบวงหรือลุงห้วนเรียกว่าอ้วนขึ้นปีละ 10 เซนติเมตร ขณะที่ตะเคียนทองจะโตช้ากว่าครึ่งต่อครึ่ง ซึ่งเป็นธรรมดาของไม้เนื้ออ่อนกับไม้เนื้อแข็งที่อัตราการเจริญเติบโตจะแตก ต่างกัน ....

....... ผ่านมา 16 ปี จากอดีตเรือจ้าง ที่ละทิ้งชอล์กในมือซึ่งเคยสร้างศิษย์ หันมาจับจอบสร้างป่า ถึงวันนี้.......ผืนป่าที่เขียวขจี กำลัง

เป็นที่สนใจของผู้คนหลายแวดวงที่แวะเวียนมาดู งานอยู่เสมอ เป็นเรื่องธรรมดา ของธรรมชาติ คนที่เคยเป็นครูมาค่อนชีวิต ก็ย่อมต้องมีจิตวิญญานแห่งความเป็นครูอยู่วันยัง ค่ำ แต่ครานี้....ผิดกันที่ห้องเรียนไม่ใช่อยู่ในอาคาร ห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ และไม่มีกระดานดำ โต๊ะเขียนหนังสือ หรือแม้แต่ตำรา แต่เป็นห้องเรียนธรรมชาติที่โอบล้อมไปด้วยต้นไม้ ใหญ่น้อย อยู่รอบตัว แทนกระดานดำได้เป็นอย่างดี ประสบการณ์ของลุงห้วนคือชอล์คที่เขียนไม่มีวัน หมด ตราบใดที่สมองของชายคนนี้ยังจดจำ ซึมซับ เรื่องราวต่าง ๆ ที่ได้เรียนรู้และลองผิด ลองถูก มาด้วยตนเอง ....


..... จากการทุ่มเทในงานที่ตนเองรัก และไม่ได้หวังผลตอบแทนให้ออกมาเป็นตัวเงิน ทำให้ลุงห้วนได้รับการเชิดชูเกียรติให้เป็น “ คนดีศรีสงขลา” ในปี2550 นอกเหนือจากรางวัล และใบประกาศเกียรติอีกจำนวนมาก ที่หน่วยงานต่างๆนำมามอบให้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในฐานะผู้นำชุมชนต้นแบบที่ ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยไม่จำเป็นต้องส่งผลงาน เข้าประกวดแข่งขันเลยแม้แต่รางวัลเดียว....

..... “ เดี๋ยวนี้คนมาดูป่าฉานบ่อยขึ้น เลยต้องตัดหญ้ารกๆ ในสวนให้เขาเดินกันสะดวกหน่อย ทางการเขามาทำป้ายบอกชื่อต้นไม้แต่ละชนิด เหมือนป้าย ชื่อนักเรียน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีทำให้คนได้รู้จักต้นไม้มากขึ้น แต่คนที่มาที่นี่อย่าหวังจะได้เห็นรีสอร์ทสวย ๆ กลางป่า หรือพบความสะดวกสบายเหมือนที่อื่น เพราะฉันไม่ได้ สร้างสรรค์ที่ดินตามจินตนาการของคนทั่วไป ฉันทำตามธรรมชาติ ธรรมชาติจริง ๆ ตอนซึ้อที่ดินแปลงนี้ใหม่ๆมียางพาราเจ้าของเดิมอยู่ด้วย แต่ฉานก็ไม่ให้ใครมาตัด(กรีด) ปล่อยให้รกๆอยู่อย่างนั้น ต้นไหนตายก็ปล่อยให้เน่าเปื่อยเป็นปุ๋ยให้ต้นไม้ที่ยังอยู่ .....

...... ลุงห้วนบอกพร้อมกับชี้ให้ดูป่าอีกด้านที่มีต้นไม้หลายชนิดที่อยู่รวมกัน ทั้งไม้ที่ลุงห้วนปลูกเองและไม้อื่น ๆ ที่มีอยู่บ้างแล้ว ลมยามเย็นพัดวูบ อากาศสดชื่นไร้มลพิษที่สัมผัสได้ ทันที ที่ทีมงานของเราข้ามสะพานไม้ไผ่หรือสะพานลิง ที่ลุงห้วนนำไผ่ตงมาทำไว้อย่างหยาบๆเมื่อครั้งน้ำท่วมปีที่แล้ว มาถึงอีกฝั่งคลองที่เป็นสวนป่าธรรมชาติ แค่นี้ก็เกินคุ้มแล้ว สำหรับผู้มาเยือน คนส่วนใหญ่มักถามว่าลุงห้วนคิดจะตัดไม้มาใช้ประโยชน์ หรือตัดขายบ้างไหม สำหรับชายชราใจมุ่งมั่นคนนี้มีกลวิธีปกป้องผืนป่าที่ แยบยล แกบอกว่าได้ทำพินัยกรรมมอบมรดกผืนป่าแห่งนี้ให้ทายาทไว้แล้ว แต่ไม่บอกว่าเป็นใคร เพียงแต่บอกเนื้อหาในพินัยกรรมว่าใครก็ตามที่ดูแลสวนป่าแห่งนี้ต่อจากตนเอง จะต้องไม่ตัดไม้ทุกต้นที่มีอยู่แม้มันจะล้มตายตามธรรมชาติก็ปล่อยมันไว้ อย่างนั้นเพราะนี่คือสมบัติของแผ่นดิน คนที่รับมรดกเป็นเพียงแค่ผู้มาสานต่อ

เจตนารมย์ของตนเท่านั้น .....
..... เมื่อถามอีกว่า หากใครจะมาขอซื้อต้นไม้เหล่านี้ในราคาสูงมากๆ ลุงจะว่าอย่างไร แทบไม่ต้องคิดลุงห้อนตอบกลับมาอย่างไม่ต้องคิดว่า อีกสองร้อยปี ค่อยมาคุยกัน .....


...... ซึ่งเป็นที่มาของประโยคเด็ดที่ว่า อีกสองร้อยปีฉานรวยแน่ .....


..... การพูดคุยเริ่มออกรสชาติ ลุงห้วนขยายความว่า


..... แม้จะรู้ว่านี่คือกุศโลบาบอันแยบยลในการต้องการพิทักษ์ผืนป่าแห่งนี้ ซึ่งก็ใช้ได้ผลอย่างน้อย เป็นการตัดปัญหา คนเห็นแก่ได้บางคน ที่แวะเวียนมาขอตัดไม้


...... ยามตะวันโพล้เพล้ พวกเราข้ามสะพานลิง กลับมายังบ้านลุงห้วนอีกครั้ง คราวนี้ภาพที่น่าประทับใจปรากฏขึ้นตรงหน้า

ฝูง ไก่ป่านับร้อยกำลังคุ้ยเขี่ยดิน กินข้าวเปลือกที่ป้าไลหรือคุณครูจุไรรัตน์ สุขปุนพันธ์ ภรรยา คู่ทุกข์คู่ยาก ของ ลุงห้วน ปัจจุบันยังคงรับราชการครู อยู่ที่โรงเรียนบ้านคลองยอ ซึ่งห่างจากบ้านประมาณ 3กิโลเมตร กำลังโปรยให้ เรื่องราวของไก่เถื่อนหรือไก่ป่าสีสวยที่สร้างสีสันให้กับผืนป่า ป้าไลเล่าให้ฟังด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความ เมตตาว่า แรกที่เพิ่งมาอยู่ที่นี่ใหม่ ๆ มีไก่ป่ามาลอบ ๆ มองๆสองสามตัว ก็เลยให้อาหาร เมื่อรู้ว่าที่นี่ปลอดภัย ไม่นานมันก็พาญาติพี่น้องมาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ พร้อม ออกลูก ออกหลานเต็มป่า ซึ่งฝูงไก่เหล่านี้ แม้จะมีการผสมพันธุ์กับไก่แจ้ที่เลี้ยงอยู่เดิม เพื่อให้คุ้นเคยกับมนุษย์ แต่สันชาตญาณสัตว์ป่ายังมีอยู่ครบ เมื่อกิน

อาหาร อิ่มแล้วพวกมันจะบินขึ้นไปนอนบนต้นจิกนาหน้าบ้าน เต็มไปหมด ...


...... ทุกวันไก่ฝูงนี้จะตื่นตั้งตีห้า หลังโก่งคอขันปลุกชาวบ้านชาวช่องเสร็จก็จะพากันไปหากินในป่าหลังกระท่อม ตัวเมียที่ออกไข่กลับไปกกไข่ในกอหญ้า รอลูกเจี๊ยบออกมาดูโลก ป้าไลบอกว่าช่วงนี้เป็นระยะอันตรายของแม่ไก่ เพราะจะถูกงูเห่ามากัด กินไข่ที่กำลังฟักและลูกตัวเล็กๆ ซึ่งเราเข้าใจดีว่านี่คือวงจรธรรมชาติที่มีทั้งการพึ่งพา และการเข่นฆ่าเพื่อความอยู่รอด ซึ่งไก่ป่าที่อาศัยอยู่ที่นี่ไม่มีชาวบ้านมาดักหรือยิงเพราะคนในชุมชนใกล้ เคียงต่างเข้าใจดีว่าเป็นไก่ป่าที่ลุงห้วนอนุรักษ์ เอาไว้ ....ของแกไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวแต่ก็เป็นคน ส่วนน้อยหากเทียบกับคนจำนวนมากที่ต่างแสดงความชื่นชม แวะเวียนเข้ามาเรียนรู้และ ยึดเป็นแบบอย่าง ในความเป็นนักอนุรักษ์ตัวยงของลุกห้วนที่ตลอดชีวิตไม่เคยเรียกอามิสและต้องการความช่วย เหลือจากใครๆ


..... นอกเหนือจากฝุงไก่ป่านับร้อยที่ แห่กันมาอาศัยอยู่เต็มผืนป่าของลุงห้วนแห่งนี้แล้ว บริเวณหน้าบ้านยังเป็นคอกวัวและแปลงอนุบาลกล้าไม้ โดยเฉพาะคอกวัวถือเป็นแหล่งผลิตปุ๋ยชั้นดี ที่ทุกเช้าลุงห้วนจะเข้ามาโกยขี้วัวไปใส่ตามโคนต้นไม้ วัวกว่า 10 ตัว ที่ลุงห้วนเลี้ยงไว้มีทั้งพันธุ์พื้นเมืองและวัวชน ซึ่งทุกตัวอ้วนท้วนสมบูรณ์ทุกตัว เนื่องจากลุงห้วนได้เลี้ยงดูอย่างดี หญ้าชนิดต่างๆที่ปลูกไว้ตลอดปี ทำให้วัวจึงมีกินไม่อดๆอยากๆ บางครั้งมีคนมาซื้อไปเลี้ยงต่อทำให้ลุงห้วนพอมีรายได้เสริมจากการขายวัว นอกเหนือจากได้รับผลประโยชน์จากขี้วัวไปใส่โคนต้นไม้....


..... และสิ่งคาดไม่ถึง ที่คนส่วนใหญ่ต่างแสดงความรังเกียจ ขยะแขยง แต่ลุงห้วนกลับต้องการที่จะได้ นั่นคือรถดูดส้วมที่รับจ้างขนสิ่งปฏิกูลจากบ้านเรือนของประชาชนในแถบนี้ เมื่อเต็มรถแล้วหาที่เททิ้งไม่ได้ จะนำไปทิ้งในที่ของชาวบ้านเขาก็ไม่ยอม แต่ลุงห้วนเต็มใจ ที่จะให้รถดูมส้วมเหล่านี้นำของเสียมาเททิ้งหน้าบ้านของแก เพื่อเป็นปุ๋ยให้แก่ต้นไม้อีกต่อหนึ่ง...

... ร่องรอยรถดูดส้วม นำสิ่งปฏิกูลมาปล่อยทิ้งให้ต้นไม้ หน้าบ้านลุงห้วน(ด้วยความเต็มใจ)....

........” แม้จะเหม็นอยู่บ้างก็แค่ไม่เกินชั่วโมง เห็นไหมต้นไม้พวกนี้ เติบโตดีไปเขียว ครึ้มไปหมด” ลุงห้วนพูดอย่างอารมณ์ดี พร้อมชี้ไปที่แนวป่าติดถนนหน้าบ้านที่เต็มไปด้วยต้น มะฮอกกานี ซึ่งน้อยคนนักที่จะรับรู้ว่า ลุงห้วนใช้ปุ๋ยชนิดใด ต้นไม้จึงขึ้นสวยงามอย่างนี้ ..... “ คิดดูแล้วกัน หากอีกสองร้อยปีข้างหน้า สมมุติว่าฉานยังอยู่ ต้นไม้เหล่านี้ฉานคิดเล่นคร่าวๆว่าน่าจะมีราคาต้นละ ไม่ต่ำกว่า สามแสนถึงห้าแสนบาท แล้วต้นไม้สี่ห้าหมื่นต้นเหล่านี้จะราคาเท่าไหร่ ไม่รวยให้มันรู้ไป ."....



...... ปี 2553 แม้สังขารจะร่วงโรยไปตามกาลเวลา จากการตรากตรำทำงานหนักมาตลอดชีวิต ประกอบกับมีโรคหืดหอบมาเยี่ยมเยียนในวัยชรา และเพิ่งลอก..ดวงตาที่เป็นต้อ ทำให้ลุงห้วนต้องหยุดพักฟื้นร่างกายเนื่องจากหมอห้ามไม่ให้ทำงานหักโหม เหมือนเช่นแต่ก่อน ภาระหนักเลยตกไปอยู่ที่ป้าไล และได้จ้างคนงานมาช่วยทำงานแทนลุงห้วน ทั้งรดน้ำต้นไม้ โกยขี้วัวและตัดหญ้า


..... วันนี้สวนป่าที่ลุงห้วนลงมือลงแรงมาทำตลอดชีวิต ได้เติบโตเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน จากเดิมที่หลายคนเคยปรามาส แต่ลุงห้วนก็ได้ทำความฝันของตัวเองให้เป็นความจริง ขึ้นมาแล้ว ในช่วงชีวิตของคนๆหนึ่งแม้จะอยู่ไม่ถึงสองร้อยปี ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า แต่ผลงานที่ลุงห้วนสร้างไว้ นั้นอยู่เกินสองร้อยปีแน่นอน หากคนยุคต่อไปยังคงยืน หยัดมั่นในอุดมการณ์ มรดกทางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ที่ชายชราตัวเล็กๆคนหนึ่งทิ้งไว้ให้เป็นแบบอย่างแห่งการอนุรักษ์ แม้จะเป็นเพียงเศษเสี้ยวหากมองภาพรวมทั้งโลก แต่มันก็ได้เกิดขึ้นแล้ว ถึงชาตินี้ลุงห้วนจะไม่รวยเหมือนคนอื่น แต่รับรองอีกสองร้อยปีลุงห้วนรวยแน่


..... ซึ่งความรวยนั้น คือรวยธรรมชาติ รวยความดี ที่ไม่ได้ผุกร่อนไปตามกลาลเวลา ......

.... ชมกิจกรรม " พาลูกเป็ดเดินป่า " ที่สวนป่าลุงห้วน ย้อนหลังได้ ที่ .

อ่าน ต่อ


..... อาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว ความมืดเริ่มเข้ามาแทนที่ บรรยากาศรอบบ้านของลุงห้วนที่ปกคลุมด้วยป่าใหญ่ เริ่มมีเสียงของสัตว์หากินกลางคืนออกมาบรรเลงเพลงกล่อมไพร กล่อมลุงห้วน ป้าไลให้นอนหลับหลังตรากตรำงานมานานแสนนาน ก่อนจากกันวันนั้น ลุงห้วนได้มอบคาถาบทสำคัญให้แก่เรา ว่า งานทุกอย่างจะสำเร็จลงได้คือ " ลงมือทำจริง ไม่เบียดเบียนสังคม และ อย่าเห็นแก่ตัว อย่าเห็นแก่ตัว อย่าเห็นแก่ตัว "



http://www.oknation.net/blog/singslatan/2010/03/02/entry-1