วันอังคารที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2553

อันดับโลกของทีมชาติ..ไทยติด 100 แรก

อันดับโลกของทีมชาติ..ไทยติด 100 แรก

http://www.oknation.net/blog/nun2504/2010/03/02/entry-1


ใกล้ฟุตบอลโลกเข้ามาแล้วครับพี่น้อง ก็เลยนำอันดับโลก ของทีมชาติ

ต่างๆมาให้ชมเป็นน้ำจิ้มก่อน เต็งหนึ่งในฟุตบอลโลกครั้งนี้คือ สเปน

เต็งสองคือ บลาซิล ส่วนทีมชาติไทย อยู่ในอันดับโลกที่ 98



Last Updated 03 Feb 2010
RankingTeamPts
Feb 10
+/- Ranking
Dec 09
+/- Pts
Dec 09
1Spain Spain16270Equal0
2Brazil Brazil15680Equal0
3Netherlands Netherlands12880Equal0
4Italy Italy12090Equal0
5Portugal Portugal11760Equal0
6Germany Germany11730Equal0
7France France11170Equal0
8Argentina Argentina10820Equal-3
9England England10760Equal0
10Egypt Egypt106914Up237
11Croatia Croatia1053-1Down11
12Greece Greece10301Up14
13Russia Russia1026-1Down0
14USA USA9630Equal-17
15Nigeria Nigeria9567Up108
16Chile Chile955-1Down19
17Mexico Mexico9470Equal16
18Switzerland Switzerland9240Equal0
19Serbia Serbia9160Equal0
20Cameroon Cameroon914-9Down-121
21Uruguay Uruguay909-1Down0
22Côte d'Ivoire Côte d'Ivoire865-6Down-69
23Australia Australia857-2Down-6
24Ukraine Ukraine848-2Down0
25Czech Republic Czech Republic8280Equal0
26Denmark Denmark8272Up7
27Ghana Ghana8237Up76
27Israel Israel823-1Down0
29Paraguay Paraguay8060Equal0
30Bulgaria Bulgaria8010Equal0
31Algeria Algeria784-5Down-39
32Norway Norway7720Equal12
33Slovenia Slovenia767-2Down0
34Honduras Honduras7593Up21
35Ecuador Ecuador7532Up15
36Slovakia Slovakia752-3Down0
37Republic of Ireland Republic of Ireland746-2Down0
38Romania Romania745-2Down0
39Colombia Colombia7360Equal0
40Japan Japan7293Up20
40Northern Ireland Northern Ireland7290Equal0
42Turkey Turkey728-1Down0
43Sweden Sweden727-1Down6
44Gabon Gabon7064Up46
45Costa Rica Costa Rica699-1Down-2
46Scotland Scotland6650Equal0
47Venezuela Venezuela6463Up0
48Bosnia-Herzegovina Bosnia-Herzegovina6453Up3
49Korea Republic Korea Republic6343Up9
49Latvia Latvia634-4Down-43





51Burkina Faso Burkina Faso616-2Down-34
52Hungary Hungary6152Up2
53Mali Mali598-6Down-64
54Finland Finland5761Up-16
55Tunisia Tunisia573-2Down-41
55Bolivia Bolivia5731Up0
57Poland Poland5671Up11
57Canada Canada567-1Down-6
59Saudi Arabia Saudi Arabia5384Up28
60Bahrain Bahrain5300Equal6
61Austria Austria5230Equal0
62Lithuania Lithuania5220Equal0
63Iran Iran4991Up-9
64FYR Macedonia FYR Macedonia4951Up0
65Morocco Morocco4922Up15
66Belgium Belgium4910Equal0
67Benin Benin483-8Down-49
68Peru Peru4710Equal0
68Cyprus Cyprus4710Equal0
70Togo Togo4681Up1
71El Salvador El Salvador4637Up50
72Montenegro Montenegro4562Up0
73Zambia Zambia44911Up69
74Uganda Uganda4471Up-8
75Uzbekistan Uzbekistan4311Up-9
76Wales Wales4201Up0
77Panama Panama406-7Down-63
78Jamaica Jamaica4033Up0
79New Zealand New Zealand4003Up0
80Belarus Belarus3970Equal-9
81South Africa South Africa3914Up14
82Malawi Malawi38417Up58
82Mozambique Mozambique384-10Down-78
84Trinidad and Tobago Trinidad and Tobago382-2Down-18
85Korea DPR Korea DPR3781Up2
86Iraq Iraq3752Up11
87China PR China PR3736Up33
88Angola Angola3717Up34
89Qatar Qatar370-3Down-6
90Guinea Guinea361-17Down-97
91Senegal Senegal359-2Down-2
92Kuwait Kuwait35812Up57
93Oman Oman352-14Down-58
94Iceland Iceland349-2Down3
95Haiti Haiti347-5Down-1
96Moldova Moldova338-2Down0
97Albania Albania336-1Down0
98Thailand Thailand3337Up37
98Gambia Gambia33318Up110
100Syria Syria331-9Down-16

วันจันทร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2553

อุโมงค์มหัศจรรย์ที่จีน

อุโมงค์มหัศจรรย์ที่จีน
อุโมงค์มหัศจรรย์..จีนเขาทำอีกแย้ววววว

คนจีนได้ชื่อว่ามีความพยายามที่สุดในโลก แต่นอกจากกำแพงเมืองจีนแล้ว มีใครทราบบ้างว่า

ที่มณฑลหูหนาน มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งเพียรพยายามเจาะภูเขาทั้งลูก หวังเปิดตาสู่โลกภายนอก

เรื่องราวของภูเขาลูกนี้เริ่มขึ้นเมื่อ ปี 1972 ที่หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งที่รายล้อม

ไปด้วยภูเขาสูงรอบด้าน จึงทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านนี้ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก

วันหนึ่ง เฉิน หมิงฉิน ผู้นำชาวบ้านวิสัยทัศน์ไกลเกิดความคิดที่ว่า เราต้องเจาะภูเขา

แห่งนี้ เพื่อเปิดประตูสู่โลกภายนอก มีหลายคนคัดค้าน และคิดว่าเขาบ้า

แต่ก็มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งเห็นด้วย พวกเขาขายแพะที่มีอยู่ เพื่อนำเงินมาซื้อค้อนและ

อุปกรณ์เหล็กต่างๆ จากนั้นรวบรวมสมัครพรรคพวกชายฉกรรจ์ที่แข็งแรงได้ 13 คน

ขุดเจาะอุโมงค์ที่มีความยาวประมาณ 1,200 เมตร สูง 5 เมตร กว้าง 4 เมตร และ

เจาะหน้าต่างตลอดอุโมงค์ เพื่อเกลี่ยเศษหินทิ้งในระหว่างการก่อสร้าง

แต่ความสำเร็จใช่ว่าจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ ระหว่างการก่อสร้างอันยาวนาน 5 ปี

มีชาวบ้านเสียชีวิตไปหลายคน จนในที่สุด วันที่ 1 พฤษภาคม 1977 อุโมงค์นี้

ก็ได้เปิดทำการใช้สัญจรเป็นทางการครั้ง แรกจวบจนปัจจุบัน.

CRedit:loveyou624 /clipmass.com

ย้อนรอยคดีบ้านสยองขวัญ...จุดจบฆาตกรต่อเนื่องเมือง ผู้ดี !

ย้อนรอยคดีบ้านสยองขวัญ...จุดจบฆาตกรต่อเนื่องเมืองผู้ดี !
ย้อนรอยคดีบ้านสยองขวัญ...จุดจบฆาตกรต่อเนื่องเมืองผู้ดี !

ผ่านมา10 ปีกว่าพอดีสำหรับการปิดฉากคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่สะเทือนขวัญชาวเมืองผู้ดี มากที่สุดและเป็นที่กล่าวขวัญถึงมากที่สุดช่วงทศวรรษที่1990


Rosemary West (left) and
Frederick Walter Stephen West (right)

22 พฤศจิกายน 2538 (1995) คือวันที่ศาลมีคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต นางโรสแมรี เวสต์ (Rosemary West) ที่ร่วมมือกับสามี นายเฟร็ด เวสต์ (Frederick Walter Stephen West) ก่อคดีลักพาตัว, ข่มขืน และฆ่าสตรีและเด็กสาวมากกว่า 10 ราย ที่น่าตกใจคือเหยื่อ 1 ในนั้นถึงกับเป็น ฮีทเธอร์ (Heather) ลูกสาวคนโตวัย 16 ของทั้งคู่


ฮีทเธอร์ (Heather)

ความสยดสยองจากการฆาตกรรมสะเทือนขวัญที่ยังสยิว ขั้วหัวใจคนอังกฤษจนถึงปัจจุบัน ถูกสื่อมวลชนเมืองผู้ดีขุดคุ้ยมารายงานกันทุกครบรอบปีในช่วงสัปดาห์นี้ ซึ่งตรงกับช่วงที่ศาลวินเชสเตอร์คราวน์มีคำพิพากษาในคดีของโรส

และ บุคคลที่นักข่าว นักแต่งหนังสือ หรือแม้แต่พวกนักทำหนังและสารคดี ตามขอสัมภาษณ์ทุกปี จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากมือปราบฆาตกรต่อเนื่องสองผัว-เมียเวสต์คู่นี้

จอห์น เบนเน็ตต์ (John Bennett) อดีตผู้กำกับการแผนกสืบสวน ที่ปัจจุบันมีวัย 60 ปี ระอากับการต้องตอบคำถามซ้ำซากแทบทุกปี แถมเรื่องราวชักจะเลยเถิดกันไปใหญ่ในระยะหลัง จึงจับปากกาเขียนหนังสือรวบรวมเบื้องลึกเบื้องหลัง ใช้ชื่อว่า "The Cromwell Street Murders : The Detective"s Story" ซึ่งเป็นชื่อของ "บ้านสยองขวัญ" เลขที่ 25 บนถนนครอมเวลล์ของครอบครัวเวสต์ เป็นปูมบันทึกเรื่องราวและเฉลยปริศนาที่หลายคนยังค้างคาใจ



จอห์น เบนเน็ตต์ (John Bennett)

เพราะอะไรบ้านหลัง นี้จึงได้ชื่อว่าบ้านสยองขวัญ? ลองมาฟังคำบอกเล่าของนักสืบผู้เคาะประตูบ้านฆาตกรต่อเนื่อง และเปิดเผยโฉมหน้าที่แท้จริงของคู่ผัว-เมียนักฆ่าโรคจิตกันดู

ถึงจะผ่านพ้นมาก ว่า 10 ปีแล้ว เบนเน็ตต์บอกว่า กลิ่นศพเน่าที่โชยออกมาจากบ้านหลังนี้และภาพศพเหยื่อที่ถูกแยกชิ้นส่วนอยู่ ในสภาพเน่าเปื่อยยังคงติดตราอยู่ในใจ จนทุกวันนี้ก็ยังไม่จางหาย

"แม้เวลาจะล่วงเลยมาถึงขนาดนี้ มันยังทำให้ผมเศร้าใจจริงๆ เมื่อหวนนึกถึง...สิ่งที่พวกนั้นทำลงไปมันเหลือเชื่อ" อดีตเจ้าหน้าที่สืบสวนนึกถึงความหลัง

"พวกเขา (เฟร็ดและโรสแมรี) เป็นพวกรักสันโดษ จึงเป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจจริงๆ"


เกือบ 20 ปี ที่ผัว-เมียเวสต์ได้ล่อหลอกหญิงมากหน้าหลายตาเข้ามายังบ้านสมัยวิกตอเรียที่ แทรกตัวอยู่ในอาคารที่ปลูกเรียงเป็นแถวในเมืองกลูเซสเตอร์อันเงียบสงบทางภาค ตะวันตกของอังกฤษ จากนั้นก็ทรมาน ข่มขืนและฆ่าเหยื่อเหล่านี้

ชิ้น ส่วนศพมากมายถูกพบฝังอยู่ใต้บ้านหลังนี้เอง ทั้งที่ห้องเก็บของใต้ดิน ใต้ห้องน้ำ หรือสำหรับกรณีของฮีทเธอร์ ถูกฝังอยู่ใต้ลานในสวนหลังบ้าน

"เป็น คุณจะใช้ชีวิตอย่างปกติ ในบ้านหลังนี้ได้อย่างไร จะจัดปาร์ตี้ ย่างบาร์บีคิว เข้าห้องน้ำ ทั้งที่รู้ว่ามีศพผู้คนซึ่งรวมทั้งลูกสาวของคุณ ถูกฝังอยู่ข้างใต้?"

เหยื่อบางรายถูกพบในสภาพถูกมัด ถูกอุดปาก หรือไม่ก็ถูกเทปกาวพันรอบดวงตาหรือใบหน้า


กลิ่นเหม็นตุ ของเนื้อมนุษย์เน่าเปื่อยในสภาพชื้นแฉะเป็นสิ่งที่ตามหลอกหลอนเบนเน็ตต์จน ถึงทุกวันนี้ "กลิ่นของศพขึ้นอืดกำลังเน่าเปื่อยจะเป็นสิ่งที่คุณ ไม่มีวันลืมเลยหากได้กลิ่นมัน" อดีตนายตำรวจเกษียณที่เคยต้องใช้เวลาหลายวันสืบสวนคดีในบ้านหลังนั้นกล่าว

บ้าน สยองขวัญถูกรื้อถอนและทุบทิ้งไม่นานหลังจากนั้น เพื่อตัดช่องทางของพวกนักล่าที่แห่กันมาหาของที่ระลึกพิลึกพิลั่นจากที่นี่



สมัยแต่งงานกันใหม่ๆ

คดีฆาตกรรมต่อ เนื่องคดีนี้ถูกเปิดโปงช่วงต้นปี 2537 เมื่อตำรวจได้เบาะแสใหม่เกี่ยวกับการหายตัวไปของฮีทเธอร์ ลูกสาวคนโตในตระกูลเวสต์ ที่สาบสูญไปเมื่อ 7 ปีก่อน เพราะสะดุดใจคำบอกเล่าของพวกญาติพี่น้องบางคนที่เข้ารับการดูแลชั่วคราวจาก รัฐ จึงเริ่มการค้นหาอีกครั้ง

เด็กวัยรุ่นหลายรายเล่าให้พวกนัก สังคมสงเคราะห์ฟังถึง "โจ๊กประจำครอบครัว" ที่ว่า "ฮีทเธอร์ อยู่ใต้ลานบ้าน" นั่นเองตำรวจจึงเริ่มต้นขุดสวนหลังบ้านของเวสต์ และทำให้เฟร็ดจนมุมจนต้องมายอมรับโดยดุษณีว่าเป็นคนฆ่าลูกสาวตัวเองกับมือ

เฟร็ดยังพยายามปก ป้องเมียโดยบอกว่าโรสไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการฆาตกรรมพวกนี้ เบนเนตต์เล่าถึงการสอบปากคำผู้ต้องหารายนี้ว่า "เขา ยังยืนกรานว่าโรสแมรีไม่รู้เรื่องอยู่นั่นแหละ จนกระทั่งในการสัมภาษณ์ครั้งสุดท้าย ที่เขาเริ่มแนะว่าโรสแมรีอาจเกี่ยวข้องด้วย"

เบนเนตต์เดาว่า สิ่งที่เปลี่ยนใจเฟร็ด มาจากคำบอกเล่าของตำรวจเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศของโรส ซึ่งเฟร็ดไม่เคยรู้มาก่อน "การที่ภรรยามีความลับกับเขาถือเป็นเรื่องช็อก หลังจากพวกเขาเคยร่วมกันปกปิดความลับ (เรื่องฆาตกรรม) มาด้วยกัน"



ตำรวจ กำลังช่วยกันขุดค้นหาศพ

เฟร็ด ผู้สามี ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมรวม 12 กระทง และเขายอมรับว่าได้ฆ่าเหยื่อบางรายจริง แต่ เขาชิงผูกคอตายในห้องขังในวันปีใหม่ก่อนจะถูกนำตัวขึ้นศาล ส่วนโรสซึ่งไม่ยอมรับสารภาพ เจอข้อหาฆาตกรรม 10 กระทงรวมทั้งคดีฆ่าลูกสาว ถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิตทั้ง 10 กระทง ทุกวันนี้โรสยังชดใช้ความผิดอยู่ในเรือนจำบรอนซ์ฟิลด์ที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ ตั้งอยู่ใกล้เขตแอชฟอร์ด เมืองมิดเดิลเส็กซ์

เบนเน็ตต์บรรยาย ถึงลักษณะนิสัยของโรสว่า เธอเป็นคน "เย็นชา ไม่มีความอบอุ่นแม้แต่น้อย"

โรสไม่เคยหลั่งน้ำตาให้แก่ เหยื่อของเธอ ไม่รู้สึกรู้สากับความเจ็บปวดของครอบครัวที่สูญเสียสมาชิกไปเพราะการกระทำ ของเธอและสามี "ตอนที่เธอถูกตัดสิน ผมคิดว่าตอนนั้นเธอร้องไห้นะครับ แต่เธอร้องไห้ให้ตัวเอง" เบนเน็ต ต์


โรสแมรี ขณะกำลังฟังคำพิพากษา

"ทุกวันนี้ยังไม่ มีใครรู้ว่าจริงๆ แล้วเด็กสาวและผู้หญิงพวกนั้นตายอย่างไร" เบนเน็ตต์ซึ่งเริ่มเขียนหนังสือเล่มนี้เมื่อ 2 ปีก่อน (2003) แม้ว่าก่อนหน้าจะเคยยืนยันว่าไม่คิดจะเขียนหนังสือหากินกับคดีนี้ บอกว่าเขาไม่ได้พูดคุยกับครอบครัวของเหยื่อเลย

และ ที่สำคัญ เบนเน็ตต์ก็ยังสงสัยอยู่ว่าโรสจะยอมปริปากเล่าความลับดำมืดที่ซ่อนอยู่ก้น บึ้งหัวใจอันเย็นชาของเธอหรือไม่.




Credit : http://artsmen.net/content/show.php?Category=mythboard&No=5692

บทเพลงปลงสังขาร

บทเพลงปลงสังขาร

รอโหลดสักครู่...ถ้า เปิดไม่ได้ กด F5 แล้วกดปุ่มเล่นใหม่อีกครั้ง

ภิกษุณีธัมมนันทา (รศ.ดร.ฉัตรสุมาลย์ กบิลสิงห์)

ภิกษุณีธัมมนันทา (รศ.ดร.ฉัตรสุมาลย์ กบิลสิงห์)


การสืบสายภิกษุณีในประเทศไทย เริ่มจาก

พระพนมสารนรินทร์ (นริน กลึง)
ซึ่งเป็นเจ้าของ ผลงาน แถลงการณ์เรื่องสามเณรี วัตร์นารีวงศ์ จากนั้นมาก็เป็น

พระมหาโพธิ ธรรมาจารย์ (ภิกษุณีวรมัย กบิลสิงห์) อดีตนักเขียน ได้ใช้ชีวิตเป็น นักหนังสือพิมพ์อยู่หลายปี ถือเป็นคลื่นลูกที่ ๒ ของการสืบทอดภิกษุณี

กระทั่ง มาถึงคลื่นลูกที่ ๓ คือ ภิกษุณี ธัมมนันทา (ดร.ฉัตรสุมาลย์ กบิลสิงห์) ที่มุ่งหา พระธรรม เพราะเบื่อหน่ายทางโลก (ภิกษุณีธรรมนันทาเป็นบุตรสาวของภิกษุณีวรมัย แต่แม่ของท่านบวชแบบมหายาน)
ท่านได้ทำงานด้านพุทธศาสนาเพื่อผู้หญิงเรื่อยมา จนกระทั่งท่านได้เป็นผู้หญิงไทยคนแรกที่ได้รับการบวชเป็นสามเณรีในนิกายเถรวาทเมื่อท่านเดิน ทางไปบวชที่ศรีลังกา และปัจจุบันท่าน เป็นภิกษุณีโดยสมบูรณ์ และ จำพรรษาอยู่ที่ วัตรทรงธรรมกัลยาณี ตำบลพระประโทน จังหวัดนครปฐม และเป็นผู้ริเริ่ม ประสานงาน ให้มีการ บวชสามเณรีครั้งแรกในเมืองไทยอีกด้วย และมีโครงการสำหรับอุบาสิกาที่สนใจธรรมะที่วัตรทรงธรรมกัลยาณี โดยประสานงานกับเครือข่ายพุทธต่างๆ



ภิกษุณี ธัมมนันทา (รศ.ดร.ฉัตรสุมาลย์ กบิลสิงห์) จบการศึกษาเบื้องต้นจาก ร.ร.ราชินีบน จากนั้นจึงไปศึกษาต่อปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยศานตินิเกตัน ประเทศอินเดีย ได้รับปริญญาตรี กียรตินิยม แผนกปรัชญา ต่อมาได้รับทุนรัฐบาล แคนาดา ศึกษาวิชาศาสนาในระดับปริญญา โทและเอก วิทยานิพนธ์ปริญญาเอกเรื่อง "การศึกษาเปรียบเทียบภิกษุณีปาติโมกข์" พิมพ์ออกสู่ตลาด ในภาคภาษาอังกฤษเมื่อปี ๒๕๒๔

ดร.ฉัตรสุมาลย์ เริ่มงานสอน จากมหาวิทยาลัยแมคมาสเตอร์ ประเทศแคนาดา ตั้งแต่ปี ๒๕๑๒ ต่อมาปี ๒๕๑๖-๒๕๔๓ เป็นอาจารย์ ประจำภาควิชาปรัชญาและศาสนา มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ขณะเดียวกันเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา วิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโท และเอก ทั้งนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหิดล และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย ฯลฯ



ดร.ฉัตรสุมาลย์ เริ่มได้รับเชิญไปร่วมประชุมทางวิชาการ ในระดับนานาชาติ ตั้งแต่ปี ๒๕๒๒ และเดินทางปีละหลายครั้ง ติดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน ทุกครั้งเป็นการเชิญโดยเจ้าภาพ เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น เป็นผู้ที่รู้จักกันดีในระดับนานาชาติ ในแวดวงของนักวิชาการศาสนา ทั้งในเรื่องสตรีกับศาสนาและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหัวข้อที่ ดร.ฉัตรสุมาลย์ ค้นคว้าเป็นพิเศษ เป็นผู้ที่มีวิญญาณนักเขียน ตั้งแต่ครั้งเรียน อยู่ที่ศานตินิเกตัน

เวลาเดินทางไปต่างประเทศ มีประสบการณ์แปลกๆ มักเขียนแบ่งปันความรู้ ปรากฏเป็นผลงานในมติชนสุดสัปดาห์ ตอนแรก เป็นบทความพิเศษ ต่อมามีคอลัมน์ชื่อ "ธรรมลีลา" มีหนังสือที่พิมพ์เป็นเล่ม ทั้งในงานวิชาการ และสารคดีธรรมะ ตลอดจนมี งานแปลพระสูตรมหายาน สำคัญหลายเล่ม นอกจากนั้นยังแปลพระราชนิพนธ์ขององค์ ทะไล ลามะ อีกด้วย

ใน ส่วนของงานด้านสังคมสงเคราะห์ อาจารย์ได้ก่อตั้ง บ้านศานติรักษ์ เมื่อปี ๒๕๓๙ ให้เป็นโครงการช่วยเหลือสตรีและเด็ก เพื่อส่งเสริมให้สตรี และเด็กมีโอกาสพัฒนาคุณภาพ ชีวิตที่ดีขึ้น

ดร.ฉัตรสุมาลย์ เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ในการพูด มีความกล้าที่จะแสดงจุดยืนของตนเอง สามารถชี้ประเด็นได้กระชับ และชัดเจน ได้รับเชิญไปออกรายการตอบปัญหา ที่เกี่ยวกับศาสนา ที่เป็นแนวทางที่ท่านมีความรู้และถนัด เคยเป็นพิธีกร รายการธรรมะ "ชีวิตไม่สิ้นหวัง" ทางช่อง ๓ ติดต่อกันนานถึง ๗ ปี (๒๕๓๗-๒๕๔๓) ได้รับรางวัล รายการธรรมะดีเด่น ๒ ปีซ้อน

ปัจจุบัน ดร.ฉัตรสุมาลย์ ได้สละเพศฆราวาส บวชเป็นภิกษุณี มีฉายาในเพศบรรพชิตว่า "ธัมมนันทา"



การบวชสามเณรีและภิกษุณี ในประเทศไทย มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการบวชของ รศ.ดร.ฉัตรสุมาลย์ กบิลสิงห์ มีทั้งเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย และก็ไม่มีความคิดเห็น โดยแต่ละฝ่าย ล้วนยกเอาพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า ขึ้นมาเป็นข้ออ้างทั้งสิ้น

ทางศูนย์ประชามติ สถาบันวิจัยและพัฒนา ม.รามคำแหง สำรวจความคิดเห็นของคนกรุงเทพ ฯ ๑,๒๘๕ คน เมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม ที่ผ่านมา ในหัวข้อ "การบวชภิกษุณีในประเทศไทย : ทัศนะของฆราวาส" มีข้อมูลที่น่าสนใจ คือ ด้านดีของการบวชภิกษุณีในประเทศไทย ๗๗% เห็นว่าวัดที่มีแต่ภิกษุณีและแม่ชี ไม่มีภิกษุ จะมีความปลอดภัยต่อผู้หญิงที่บวชมากกว่าภิกษุ และป้องกันเรื่องเสื่อมเสียทางเพศได้ดีกว่า ๗๔.๙% เห็นว่าเป็นการส่งเสริมให้ผู้หญิง มีโอกาสฝึกปฏิบัติธรรมในขั้นสูงมากขึ้น

๗๐.๒% เห็นว่าผู้หญิงไทยควรมีสิทธิในการบวชภิกษุณี ๖๕.๓% เห็นว่าภิกษุณีเหมาะสมในการสั่งสอนธรรมะและสอนวิธีปฏิบัติให้ผู้หญิงได้ มากกว่าภิกษุ ๖๔.๕% เห็นว่าเป็นการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างหญิงชาย ขณะที่ ๖๖.๙% เห็นว่าไม่จำเป็นต้องบวชภิกษุณีในไทย เพราะผู้หญิงสามารถปฏิบัติธรรมได้โดยไม่ต้องบวช ร้อยละ ๖๒.๔% เห็นว่าบวชชีก็ดีอยู่แล้ว แต่ถ้าจะไม่ให้บวชภิกษุณีในไทยโดยให้เหตุผลว่า เพราะพระสงฆ์ไทยไม่ยอมรับ ทำให้ผู้ชายต้องกราบไหว้ผู้หญิง หรือเพราะขัด พ.ร.บ.สงฆ์ กลุ่มตัวอย่างต่างไม่เห็นด้วย

พระมหาต่วน สิริธมฺโม (พิมพ์อักษร) อดีตรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ให้ความเห็นว่า การบวชเป็นภิกษุณีให้ถูกต้องตามหลักการแล้ว จะต้องบวชจากภิกษุณีที่เป็นอุปัชฌาย์ และบวชอีกครั้งกับพระอุปัชฌาย์ที่เป็นพระสงฆ์ แต่ทั้งนี้ปัญหาการบวชเป็นภิกษุณีของผู้หญิงไทย ในการปกครองจะไม่มีปัญหาหากทางคณะสงฆ์ไทยในการปกครองให้การยอมรับ ด้วยการเปิดทางให้ภิกษุณีได้ร่วมกิจกรรมของสงฆ์

"หากกฎหมายไทยยังไม่มีการยอมรับการเป็นภิกษุณี ก็สามารถยึดหลักการของฝ่ายมหายานได้ เหมือนอย่างในประเทศใต้หวัน จีน จริง ๆ แล้วไม่อยากให้มีการแบ่งแยกความเป็นหญิงหรือชายของการปฏิบัติธรรม เนื่องจากผู้หญิงเมื่อเข้ามาเป็นนักบวช ปฏิบัติธรรมก็มีศักยภาพที่จะเข้าถึงหัวใจพระพุทธศาสนา และบรรลุธรรมได้เช่นเดียวกับพระสงฆ์"



ทางด้านพระพยอม กัลยาโณ พระนักเทศน์ชื่อดัง และเจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ให้ความเห็นเรื่องการบวชภิกษุณีว่า การออกบวชเป็นการหาความสุขในทางธรรมนั้นทุกคนสามารถทำได้ แต่ถ้ามาบวชเพื่อแสวงหาผลประโยชน์เหมือนพระบางรูปก็ไม่สนับสนุน ในกรณีของ รศ.ดร.ฉัตรสุมาลย์ ท่านถึงพร้อมด้วยความรู้ทางโลก ซึ่งเป็นที่ยอมรับของลูกศิษย์ ขณะเดียวกันก็ถึงพร้อมด้วยความรู้ทางธรรมด้วย ถือว่าเป็นเรื่องดีที่จะช่วยกันทำงานเผยแพร่ธรรมะของพระพุทธเจ้า โดยเฉพาะเผยแพร่ธรรมะให้กับผู้หญิงด้วยกัน

"ก่อนหน้านี้ พระผูกขาดเรื่องทำบุญเพราะไม่มีใครเป็นคู่แข่ง จะทำตัวอย่างไรคนก็ยังทำบุญอยู่ดี แต่เมื่อมีพระผู้หญิง หากพระผู้ชายที่ปฏิบัติไม่ดี ไม่สมกับสมณเพศ ญาติโยมก็จะไม่ทำบุญด้วย ญาติโยมก็จะหันไปทำบุญกับพระผู้หญิงมากขึ้น ซึ่งเป็นการดัดนิสัยพระผู้ชายที่ไม่ดีได้อีกทางหนึ่ง"

ขณะเดียวกัน พระราชกวี เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ให้ความเห็นในเรื่องเดียวกันว่า การบวชเป็นภิกษุณี สตรีทุกคนมีสิทธิบวชได้เพราะไม่ขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกันก็ไม่เกี่ยวข้อง กับคณะพระสงฆ์ในปัจจุบันด้วย เนื่องจากมีประกาศของสมเด็จพระสังฆราช กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ พ.ศ. ๒๔๗๑ ห้ามภิกษุสงฆ์ บวชสตรีเป็นภิกษุณี
หากมีพระภิกษุสงฆ์รูปใดบวชให้ภิกษุณีถือว่าเป็นพระนอกรีต

อย่างไรก็ดีปัจจุบันนี้การยอมรับภิกษุณีมีอยู่ในระดับหนึ่งเท่านั้น ซึ่งมีความพยายามของสมาชิกวุฒิสภาท่านหนึ่งที่จะให้เกิดการยอมรับในหมู่ กว้าง สิ่งหนึ่งที่อยากชี้แนะคือ ถ้าบวชด้วยความศรัทธาเลื่อมใส ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีเพราะได้ช่วยกันเผยแพร่พระพุทธศาสนา ขณะเดียวกันต้องพิจารณาเรื่องผลเสียด้วย โดยเฉพาะประเด็นในส่วนของการแอบแฝงมาทำลายพระพุทธศาสนา



นางระเบียบ พงษ์พานิช ส.ว.ขอนแก่น และประธานคณะอนุกรรมาธิการ ด้านสตรี ให้ความเห็นว่า ปัจจุบันมีหญิงไทยจำนวนมากประสงค์จะบวชเป็นภิกษุณีในสังคมไทย และประสงค์จะสนับสนุนภิกษุณี แต่ได้รับการปฏิเสธและขัดขวางการเข้าสู่ร่มเงาพระพุทธศาสนา โดยอ้างคำประกาศ พ.ศ. ๒๔๗๑ ของกรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ ขณะที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๓๘ บัญญัติไว้ว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพบริบูรณ์ในการถือศาสนา นิกายของศาสนา หรือลัทธินิยมในทางศาสนาและย่อมมีเสรีภาพในการปฏิบัติตามศาสนบัญญัติ หรือปฏิบัติพิธีกรรมตามความเชื่อถือของตน เมื่อไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อหน้าที่พลเมือง และไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน



"ดิฉันคิดว่า ปัญหาของสตรีจะได้รับการแก้ไขเพราะรัฐธรรมนูญเปิดช่องให้แล้ว แต่มีพระบัญชาของพระสังฆราชเมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๑ ห้ามพระเณรบวชให้ผู้หญิง ใครฝ่าฝืนเป็นเสี้ยนหนามแก่พระศาสนา ระเบียบข้อบังคับ พ.ร.บ.สงฆ์ทุกฉบับให้ใช้ประกาศข้อบังคับเดิม ดังนั้นเพื่อมิให้เป็นการขัดพระธรรมวินัย จึงสมควรยกเลิกประกาศดังกล่าว ซึ่งคงไม่ต้องกลัวว่าผู้หญิงมาเป็นเจ้าอาวาส เพียงแต่ผู้หญิงต้องการเข้ามาเพื่อเป็นโอกาสบรรลุธรรมเท่าเทียมกัน เหมือนที่พระพุทธองค์มองว่าผู้หญิงผู้ชายมีโอกาสบรรลุธรรมเท่าเทียมกัน"

นายสุทธิวงศ์ ตันตยาพิสุทธิ์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นพุทธฝ่ายเถรวาท ไม่ใช่มหายาน ขณะที่เถรวาทมีพระธรรมวินัยให้ปฏิบัติกันมาเป็นพันปีแล้ว จึงไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากเหมือนกันที่จะให้พระสงฆ์ฝ่ายเถรวาทยอมรับในความเป็น ภิกษุณีไทย

ดร.อำนาจ บัวศิริ ผู้อำนวยการสำนักพุทธมณฑล กล่าวว่า ในเรื่องของสามเณรีบวชเป็นภิกษุณี ถือเป็นเรื่องของสิทธิเสรีภาพของบุคคล เมื่อบวชแล้วไม่ได้ออกมาเรียกร้องสร้างความวุ่นวาย ไม่ได้บวชเพื่อแสวงหาลาภยศ โดยมีการปฏิบัติธรรมตามคำสอนของพระพุทธศาสนา การบวชเป็นภิกษุณีจึงไม่เป็นปัญหาอะไร แต่เชื่อว่าคงจะมีปัญหามากที่สุดก็คือการปกครอง

"ปัญหาการปกครองเคยมีมาแล้ว เมื่อคณะสงฆ์ยังไม่ยอมรับการเป็นแม่ชีของไทย เพื่อไม่ให้เกิดเป็นปัญหาเหมือนในอดีต คงต้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมกันออกกฎหมายรองรับในการปกครองสามเณรี หรือภิกษุณี เพื่อให้เป็นที่ยอมรับในสังคม และหากมีกฎหมายก็จะทำให้การปฏิบัติอยู่ในขอบเขต ไม่ได้เป็นองค์กรอิสระจนเกินไป"

นางมาลีรัตน์ แก้วก่า สมาชิกวุฒิสภา จ.สกลนคร และประธานคณะกรรมาธิการสตรี เยาวชน และผู้สูงอายุ กล่าวเห็นด้วยกับการที่ประเทศไทยจะมีภิกษุณีเกิดขึ้น แม้ว่าศาสนาพุทธฝ่ายเถรวาทจะอ้างว่า ภิกษุณีได้สูญหายไปแล้วตั้งแต่สมัยพุทธกาล แต่ทางที่ดีเพื่อให้ครบการเป็นพุทธบริษัท ๔ การมีภิกษุณีเกิดขึ้นในประเทศไทยจึงเป็นเรื่องน่ายินดีมากกว่าการออกมาต่อ ต้านกัน

รูปบวชสามเณรี

วัดทรงธรรมกัลยาณี อ.เมือง นครปฐม โดยหลวงแม่  ภิกษุณีธัมมนันทา(รศ.ฉัตรสุมาลย์ กบิลสิงห์) เจ้าอาวาส จัดบรรพชาสามเณรี 3  หนกว่า 80 รูปในปีนี้


"ความเห็นส่วนตัวพี่สนับสนุนให้มีสามเณรีหรือภิกษุณีในประเทศไทย เพราะผู้หญิงก่อนที่จะเข้ามาบวช ต้องมีการตัดสินใจที่เด็ดขาดแล้ว ระเบียบและข้อปฏิบัติจึงไม่ควรจำกัดสิทธิหรือข้อห้ามไม่ให้ผู้หญิงบวชเป็น ภิกษุณี ทางกรรมาธิการฯ ก็ได้มอบให้ ส.ว.ระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช เป็นผู้ศึกษาเจาะลึกลงไปของการเป็นภิกษุณีแล้ว"

ดร.วิลาสินี พิพิธกุล อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะประธานเครือข่ายสื่อสตรี กล่าวสนับสนุนด้วยว่า เนื่องจากการบวชเป็นภิกษุณีได้ปฏิบัติตามขั้นตอนของธรรมวินัย โดยเมื่อบวชเป็นสามเณรีครบ ๒ ปี แล้วก็สามารถบวชเป็นภิกษุณีได้ ซึ่งถือได้ว่าการเป็นภิกษุณีอย่างสมบูรณ์ ทำให้มีบทบาทชัดเจนมากขึ้นต่อการเผยแพร่พระธรรมให้กับชาวพุทธ ส่วนเรื่องข้อกฎหมายในทางปกครอง ระหว่างนี้ยังอยู่ในการพิจารณาออกข้อกฎหมายจากทางสมาชิกวุฒิสภาอยู่ เพราะเรื่องกฎหมายคงต้องมีการศึกษาให้รอบด้าน ก่อนที่จะมีกฎหมายออกมาบังคับใช้กับภิกษุณีคงต้องให้เวลาเขาด้วย ..




ภิกษุณีธัมมนันทา
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไป ที่: ป้ายบอกทาง, ค้นหา
ภิกษุณีธัมมนันทา ชื่อเดิม รศ.ดร.ฉัตรสุมาลย์ กบิลสิงห์ (เกิด พ.ศ. 2486) ภิกษุณีชาวไทย สังกัดสยามนิกาย ประเทศศรีลังกา อดีตอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ดร.ฉัตรสุมาลย์ เป็นบุตรของนายก่อเกียรติ ษัฏเสน และนางวรมัย กบิลสิงห์ (ต่อมาบรรพชาเป็นภิกษุณีวรมัย กบิลสิงห์) จบการศึกษาจากโรงเรียนราชินีบน และปริญญาตรีสาขาปรัชญาจากมหาวิทยาลัยศานตินิเกตัน ประเทศอินเดีย ได้รับทุนรัฐบาลแคนาดาไปศึกษาปริญญาโทและเอกจากมหาวิทยาลัยแมคมาสเตอร์ ประเทศแคนาดา และมหาวิทยาลัยมคธ ประเทศอินเดีย

ดร.ฉัตรสุมาลย์ เป็นอาจารย์สอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยแมคมาสเตอร์ ประเทศแคนาดา เมื่อ พ.ศ. 2512 และเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาปรัชญาและศาสนา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระหว่าง พ.ศ. 2516 - 2543 มีผลงานวิชาการ เขียนบทความธรรมมะ และเป็นพิธีกรรายการธรรมะ ถ่ายทอดทางช่อง 3 เป็นผู้แปลหนังสือ ลามะจากลาซา ของทะไลลามะ

ดร.ฉัตรสุมาลย์ บรรพชาเป็นภิกษุณี โดยคณะภิกษุสงฆ์ และภิกษุณีสงฆ์ สยามนิกาย ประเทศศรีลังกา ที่ประเทศศรีลังกา เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2544 มีฉายาว่า ธัมมนันทา ปัจจุบันจำพรรษาอยู่ที่ วัตรทรงธรรมกัลยาณี ตำบลพระประโทน จังหวัดนครปฐม (สามเณรี และ ภิกษุณี ไม่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการจากคณะสงฆ์ไทย)


[แก้] อ้างอิง
http://www.komchadluek.net/column/pra/2005/10/05/01.php
http://www.manager.co.th/lady/viewnews.aspx?NewsID=9500000024946
http://www.alittlebuddha.com/html/The%20Vision%20of%20P.M.Narin/The%20Vision%20of%20Phramaha%20Narin%2044.html
http://library.uru.ac.th/webdb/images/B09.htm

เลี้ยงไอ้เข้ไว้เฝ้าบ้านสักตัวไม๊

เลี้ยงไอ้เข้ไว้เฝ้าบ้านสักตัวไม๊

เจ้า สุนัขปอมปอม กำลังมอง จระเข้

นาย อภิรุทธิ์ นาทิพย์ สมาชิกสภาเทศบาลนครพิษณุโลกเลี้ยงจระเข้น้ำจืด 2 ตัว เจ้าเงิน เจ้าทอง ไว้ในบ้านพัก ปล่อยเดินไปเดินมาในบ้านแบบปล่อยอิสระ มีนิสัยหวงรถยนต์ จึงให้เฝ้าบ้านแทนสุนัข มาร่วม 10 ปีแล้ว โดยเลี้ยงคู่กับสัตว์เลี้ยงหลากชนิด ทั้งกระต่าย ไก่แจ้ สุนัขปอมปอม

ภาพ โดย มงคลเชาวราช ทั่งมั่งมี //เรียบเรียง เพ็ญประภา

ตะลึงพบ--พระสุสานพระเจ้าตากสินในเมืองจีน



ตะลึงพบ--พระสุสานพระเจ้าตากสินในเมืองจีน




ภาพ: แผ่นป้ายหินจารึกไว้ว่า
"สุสานของ 'แต้อ๊วง' (สมเด็จพระเจ้าตากสินฮ่องทางตอนใต้
ในแผ่นดินพระเจ้าเฉียนหลงฮ่องเต้)
ทำ การบูรณะซ่อมแซมใหม่
ในปี ค.ศ. ๑๙๘๕ ฤดูใบไม้ผลิ"




คำ ถาม...ที่ว่า...?

จะเป็นแค่สุสานเก็บฉลองพระองค์ หรือ พระบรมสรีระของพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่

ความลับที่เก็บซ่อนมาเกือบ 230 ปียังคงต้องรอการพิสูจน์ต่อไป





ซุ้มประตูทางเข้าพระสุสานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

เมืองเถ่งไฮ่ สาธารณรัฐประชาชนจีน



เถ่งไฮ่เป็นอำเภอเล็กๆ แห่งหนึ่งในเมืองแต้จิ๋ว มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน มีประชากรประมาณ ๗๑๐,๐๐๐ คน ปัจจุบันเถ่งไฮ่เป็นเขตอุตสาหกรรมสำคัญแห่งหนึ่ง ตุ๊กตาต่างๆ จากบริษัทผลิตของเล่นชื่อดังของโลกไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตาบาร์บี้หรือตุ๊กตาของ วอลต์ดีสนีย์ที่ส่งไปขายทั่วโลก ผลิตมาจากโรงงานในอำเภอเถ่งไฮ่แทบทั้งสิ้น

คน ไทยส่วนใหญ่อาจไม่รู้จักอำเภอเล็กๆ อย่างเถ่งไฮ่ แต่สำหรับลูกหลานชาวจีนที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเมืองไทย น่าจะคุ้นหูกับชื่อนี้ดี

คนจีนที่อพยพข้ามน้ำข้ามทะเลเข้ามาทำมาหา กินบนแผ่นดินไทยในอดีต ส่วนใหญ่มาจากเมืองแต้จิ๋ว โดยเฉพาะจากอำเภอเถ่งไฮ่ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเล การเดินทางข้ามมาเมืองไทยสะดวกกว่า ด้วยเหตุนี้คนจีนในเมืองไทยส่วนใหญ่จึงพูดภาษาแต้จิ๋ว บุคคลที่มีชื่อเสียงหลายคน นับตั้งแต่ ปรีดี พนมยงค์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ รวมถึงคนในตระกูลรัตตกุล ตระกูลหวั่งหลี ตระกูลเจียรวนนท์ ก็ล้วนมีบรรพบุรุษที่อพยพมาจากอำเภอเถ่งไฮ่

สมเด็จ พระเจ้าตากสินมหาราช หรือที่เรามักเรียกกันว่า พระเจ้าตาก ก็ทรงมี เชื้อสายแต้จิ๋ว พระบิดาของพระองค์เป็นชาวแต้จิ๋ว เกิดในตระกูลแต้ ชื่อนายแต้เจียว อพยพจากอำเภอเถ่งไฮ่เข้ามาค้าขายในเมืองไทยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ส่วนพระมารดาเป็นคนไทย ชื่อนางนกเอี้ยง มีอาชีพค้าขาย พระเจ้าตากทรงพระราชสมภพเมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๒๗๗ (หนังสือบางเล่มกล่าวว่าทรงพระราชสมภพเมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๒๗๗) มีเรื่องเล่าว่าเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ พระเจ้าตากทรงได้กลับไปศึกษาที่ประเทศจีนระยะหนึ่งด้วย




พระสุสานด้านในมีแผ่นหินจารึกพระนามแปลเป็นไทยว่า
"สุสาน ในพระเจ้าตากสินแห่งราชตระกูลแต้จิ๋ว สร้างในพระเจ้าแผ่นดินจีนเฉียนหลงฮ่องเต้ พ.ศ.2339"



นายนิ้ม แซ่ตั้ง วัย ๗๙ ปี ชาวจีนซึ่งเกิดในอำเภอเถ่งไฮ่และอพยพมาตั้งรกรากในเมืองไทยเมื่อ ๖๐ ปีก่อน เล่าให้ฟังว่า

?สมัยที่ผมอยู่เมืองจีน คนเถ่งไฮ่รู้จักเมืองไทยดี เพราะเป็นเวลาหลายร้อยปีแล้วที่คนเถ่งไฮ่เดินทางมาค้าขายที่เมืองไทย ที่มาตั้งรกรากอยู่เมืองไทยเลยก็มีมาก ความสัมพันธ์ไทย-จีนนั้นแน่นแฟ้นมาก ถึงกับมีคำไทยที่กลายเป็นภาษาแต้จิ๋ว คือคำว่า ตลาด ชาวแต้จิ๋วเอาไปใช้โดยออกเสียงว่า ?ตั๊กลัก? เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเมืองไทย คนจีนที่นั่นก็รับรู้กันโดยตลอด

?คนเถ่งไฮ่ รู้จักและรู้เรื่องราวเกี่ยวกับพระเจ้าตากดี เขาเรียกกันว่า ?แต้อ๊วง? แปลว่า พระเจ้าแผ่นดินตระกูลแต้ บ้านเกิดของผมก็อยู่ไม่ไกลจากบ้านของท่าน จำได้ว่าตอนเด็กๆ เคยไปเที่ยวบ้านหลังหนึ่งที่เก่าทรุดโทรมมาก เชื่อกันว่าเป็นบ้านเกิดของพระเจ้าตาก ผมยังเคยได้ยินเรื่องเล่าว่าเมื่อ ?แต้อ๊วง? เกิด พ่อของท่านก็พาท่านกลับมาเรียนภาษาที่เมืองจีน จนอายุได้ ๑๐ ขวบจึงส่งมาอยู่เมืองไทย?

นายนิ้มกล่าวว่าคนจีนที่อพยพมาอยู่ต่าง บ้านต่างเมืองนิยมส่งลูกหลานกลับมาเรียนหนังสือที่บ้านเกิด เพราะต้องการให้ลูกหลานได้เรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมจีน และที่สำคัญคือ เมื่อกลับมาเมืองจีนยังมีครอบครัวและญาติพี่น้องที่ใกล้ชิดคอยดูแล ซึ่งต่างจากเมืองไทยที่อาจต้องใช้ชีวิตตามลำพัง จากการศึกษาประวัติพระบิดาของพระเจ้าตาก ก็พบว่าไม่มีญาติพี่น้องอยู่เมืองไทยมากนัก

บริเวณแหล่งดูดทรายแห่ง หนึ่งในอำเภอเถ่งไฮ่ มีฮวงซุ้ยหรือสุสานเล็กๆ แห่งหนึ่ง ทางเข้าทำเป็นซุ้มขนาดใหญ่ สุสานแห่งนี้เป็นสุสานเก่าแก่ สร้างมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าเฉียนหลงฮ่องเต้ (พ.ศ. ๒๒๗๘-๒๓๓๙) มีป้ายหินจารึกไว้ว่า ?สุสานของ ?แต้อ๊วง? ทำการบูรณะซ่อมแซมใหม่ในปี ค.ศ. ๑๙๘๕ ฤดูใบไม้ผลิ?

คนเถ่งไฮ่เชื่อกันว่า หลังจากที่พระเจ้าตากสิ้นพระชนม์ได้ไม่นาน บรรดาญาติพี่น้องได้นำฉลองพระองค์กลับมายังบ้านเกิด และฝังไว้ที่สุสานแห่งนี้เพื่อเป็นการแสดงความเคารพ

?คนเถ่งไฮ่ ภูมิใจใน ?แต้อ๊วง? มาก ว่าเป็นคนบ้านเราที่มีวาสนาเป็นถึงพระเจ้าแผ่นดินของประเทศไทย และมีความกล้าหาญยิ่ง เสี่ยงชีวิตไปรบกับพม่าเพื่อกอบกู้ชาติไทย? นายนิ้มกล่าว

บริเวณสุสานยังมีป้ายหินอีกแผ่นจารึกไว้ว่า ?สุสานแห่งนี้เป็นที่ฝังฉลองพระองค์ของ ?แต้อ๊วง? ที่นำมาจากเมืองไทย ห้ามผู้ใดทำลายเด็ดขาด? ลงชื่อโดยรัฐบาลท้องถิ่นแห่งอำเภอเถ่งไฮ่

ปัจจุบัน สุสานแห่งนี้ยังมีผู้นำดอกไม้ธูปเทียนมาแสดงความคารวะอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะจากบรรดาลูกหลานคนจีนจากเมืองไทยที่มีโอกาสไปเยี่ยมญาติในประเทศ จีน






น้อม สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้