วันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ปริศนาการตาย มาริลีน มอนโร ผิดด้วยหรือที่ฉันเป็นผู้หญิงของเคนเนดี

ปริศนาการตาย มาริลีน มอนโร ผิดด้วยหรือที่ฉันเป็นผู้หญิงของเคนเนดี
ปริศนาการตาย มาริลีน มอนโร
ผิดด้วยหรือที่ฉันเป็นผู้หญิงของเคนเนดี



 		น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักดาราสาวเจ้าของฉายา"สัญลักษณ์ทางเพศ" นาม มาริลีน มอนโร ผู้คนต่างกล่าวถึงเสน่ห์ที่ดูดตรงข้าม เธอเป็นผู้หญิงที่ร้อนแรง 	ที่สุดในรอบศตวรรษ แต่ต่อมาจู่ๆ เธอก็ตายปริศนา ในบ้านของเธอเอง แพทย์ที่ชันสูตรเธอบอกว่าเธอตายเพราะเสพย์ยาเกินขนาด เป็นไปได้หรือ! ดาราสาวที่ร้อน 	แรงระดับโลกจะเครียดจัดจนกินยาเกินขนาด ท่ามกลางชื่อเสียงและเงินทอง หลังการตายของเธอ จู่ ๆ ก็มีข่าวลือต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับตัวเธอเพียบ ไม่ว่าเธอจะเป็น 	เลสเบี้ยน นางขายตัว นางโรคประสาท หรือแม้กระทั้ง.........เป็นผู้หญิงของเคนเนดี ประธานธิบดีชื่อก้องของอเมริกา!? เรื่องราวแท้ที่จริงแล้วมันคืออะไรกันแน่!?  		จอห์น เคนเนดีก็เหมือนชายหนุ่มทั่วๆ ไปที่ได้สัมผัสความงามของเธออย่างใกล้ชิดและอดลุ่มหลงตัวเธอไม่ได้ ต่อมาจากความสัมพันธ์จากคนรู้จักก็ก้าว 	กระโดดเป็นเพื่อนสนิทกันในทันใด แต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ถือว่าเป็นความลับสุดยอด เพราะท่านประธานาบดีนั้นมีภรรยาแล้ว ถ้ามีข่าวออกไปชีวิตพังพินาศแน่  	แต่สำหรับมาริลีน มอนโร นั้นไม่เป็นเช่นนั้นเธอหวังมากและมากกว่าจะเป็นภรรยาลับของเคนนาดีเสียอีก   แต่ความหวังอันสูงสุดของมอนโรนั้นไม่ง่ายเหมือน 	กลีบดอกกุหลาบ อย่างหนังที่เธอแสดง บนถนนสายการเมืองนั้นมีอำนาจลึกลับยิ่งใหญ่อยู่มันยุ่งเสียยิ่งกว่าวงการมายาของเธอมากกว่าร้อยเท่าพันเท่า    
เชื่อเลยทั้ง CIAและFBI คงต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ข่าวว่าตอนนี้เธออยู่ไหน ไปหาใคร กินอาหารที่ไหนบ้าง ฯลฯ คงต้องมีการปฏิบัติแอบสะกดรอยตาม แอบมอง แอบฟังโทรศัพท์ ลักลอบบันทึกเทป ทุกสถานที่ที่เธอกำลังจะไป ฯลฯ เนื่องจากไม่แน่ใจว่า "เด็กของท่าน"นางนี้ อาจเป็นภัยที่เสี่ยงต่อหายนะของ ประเทศชาติ เพราะท่านประธานาธิบดีของเขาจะเผลอพูดความลับทางการเมืองอะไรไปหรือเปล่า ยิ่งตอนนี้เป็นช่วงภัยจากคอมมิวนิสต์เสียด้วยสิ เรื่องนี้มีหลักฐานคือ บ้านพักของเธอหลังเธอเสียชีวิตนั้น ภายหลังถูกครอบครองโดย เวโรนิกา ฮาเมล นักแสดงสาว เธอให้ช่างซ่อมไปซ่อมหลังคา และ ช่างก็ได้ไปเจอขยะกองโตที่เป็นชิ้นส่วนต่างๆมากมายที่หลงเหลือจากการใช้โทรศัพท์ถูกทิ้งใต้หลังคาหลังนั้น ทิ้งทำไมเป็นจำนวนมาก? แน่นอนสิ่งที่พวกเขากังวลเริ่มเป็นความจริง มาริลีน มอนโร นั้นรู้ทุกอะไรหลายอย่างที่หลุดปากจากท่านประธานาธิบดี อย่าง ไม่ตั้งใจ เธอได้จดทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นไว้ลงในสมุดบันทึกสีแดงเล่มหนึ่งเพราะเธอมีนิสัยช่างจดมานานตั้งแต่สมัยเด็กแล้ว อีกทั้งเธอมักเป็นโรคหลงๆ ลืมๆ ง่าย อีกด้วย ภายหลังมีผู้เรียกสมุดเล่มนี้ของเธอว่า "บันทึกสีแดง" มันไม่ใช้สมุดบันทึกชีวิตประจำวันของเธอเท่านั้น มันยังเป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์การ เมืองของอเมริกาอีกด้วย แต่ภายหลังที่เธอตายมันหายสาปสูญไป และไม่มีใครพบเห็นสมุดเล่มนั้นอีกเลยและไม่รู้ว่าเนื้อหาข้างในเป็นอย่างไรกันแน่ ว่ากันว่ามาริลีน มอนโรเคยพูดถึงสมุดเล่มนี้ให้กับโรเบิร์ต สแลนเซอร์ผู้กำกับฮอลลีวูดให้ฟังว่าเธอรู้แผนการของ CIA คิดร่วมมือกับกลุ่มมาเฟียในแผนลอบ สังหาร คาสโตร ในคิวบา! เธอหารู้ไม่ว่าคำพูดจากปากเธอจะสร้างหายนะกับชีวิตของเธอในเวลาต่อมา! แถมยังมีคำพูดที่หลุดจากปากของน้องชายเคนนาดีอีกเรื่องการ ถอนกำลังออกจากปฏิบัติการ "อ่าวหมู" ที่เป็นเหตุการณ์เสียหน้าที่สุดของสหรัฐอเมริกา และมีอีก CIA ยังสืบรู้อีกว่า มาริลีน มอนโร ยังมีสายสัมพันธ์ลับกับกลุ่มมาเฟีย เพื่อวางแผนแบล็กเมล์อีก! เอาล่ะสิ เมื่อรู้ขนาดนี้แล้วมีหรือพวกเขาจะอยู่เฉย
วันที่ 5 สิงหาคม ปีค.ศ.1962 สาวใช้ พบร่างที่ไร้วิญญาณของมาริลีน มอนโร วัย 36 ปี นอนตายอยู่บนเตียงในห้องนอน ที่ภายหลังจากการชันสูตรและแถลง การต่อสาธารณะชนว่า มาริลีน มอนโร เสียชีวิตเพราะเธอทานยานอนหลับเกินขนาด คาดว่าเธอเสียชีวิตวันที่ 4 สิงหาคม และเมื่อตำรวจมาถึง และเข้าไปที่ตรวจเหตุนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างก็ดูเหมือนว่าเธอฆ่าตัวตายจริงๆ มีขวดยาเทเรี่ยราดอยู่บนโต๊ะ กระจกและแก้วแตกกระจาย มี การทำลายข้าวของในบ้านด้วย จากการชันสูตรก็ไม่มีอะไรผิดปกติ พบเพียงแต่กากของยาระงับประสาทกับน้ำ และเศษอาหารนิดหน่อยในกระเพาะอาหารของเธอ เท่านั้น แพทย์ลงความเห็นว่าเธอกินยาเข้าไปเกินขนาด จนเธอช็อกขาดสติ ส่วนยาที่ใช้เกินขนาดคาดว่าเป็นยา "เอนนีมา"ถูกฉีดลงที่ก้นของเธอ "แอนนีมา" เป็นยาลดความอ้วนชนิดหนึ่ง ที่คนในวงการบังเทิงมักชอบใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่แพทย์ชันสูตรยังสงสัยว่ายาชนิดนี้ทำให้เธอตายจริงหรือ เพราะก่อนหน้านั้นเธอก็ใช้ยาชนิดด้วย
คดีนี้จบอยากเงียบในเวลาต่อมา เพราะไม่มีใครติดใจสงสัยอะไร จนกระทั้ง......43 ปี หลังการตายของมาริลีน มอนโร จู่ๆ นาย จอห์น ดับเบิ้ลยู ไมเนอร์ ผู้รับหน้าที่สืบสวนกรณีการเสียชีวิตของดาราสาวคนดังเมื่อ 43 ปีที่แล้ว ออกมาให้รายละเอียดเรื่องที่เขายังคงปฏิเสธเรื่อยมา เกี่ยวกับข้อสันนิษฐานที่ว่ามอนโรฆ่าตัวตาย หลักฐานที่มาอ้างถึงเป็นเทปลับที่ถูกบันทึกเป็นขั้นตอนในการบําบัดจาก ด็อกเตอร์ ราฟ กรีนสัน จิตแพทย์ประจําตัวของมอนโร ซึ่งภาพจากเทปก่อนวันเสีย ชีวิตเพียงไม่กี่วัน แสดงให้อย่างชัดเจนว่ามอนโรไม่ได้มีอาการเครียดหรือกลัดกลุ้มจนเป็นสาเหตุของการปลิดชีพตัวเอง เนื้อหาในเทปเธอได้เริ่มจากการของคุณหมอ กรีนสัน ที่ทำให้เธอได้กลับมาควบคุมชีวิตเธอเองได้อีกครั้ง และกล่าวถึงชู้รัก เพื่อน อดีตสามี และคู่ขา ซึ่งที่น่าสนใจคือ เธอไม่ได้พูดเลยว่ามีสัมพันธ์สวาทกับเคนนาดี แต่รับว่ามีกับน้องชายเขา โดยคร่ำครวญว่าเธอไม่กล้าพอที่จะเลิกกับเขา เธอกล่าวถึงประธานาธิบดีเคนเนดีว่า "ท่าน คือพลทหาร ผู้บังคับบัญชาของเธอคือผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และมีอำนาจมากที่สุดในโลก หน้าที่อันดับหนึ่งของทหาร คือเชื่อฟังคำสั่ง เมื่อเขาบอกว่าทำอย่างนี้ ก็ต้องทำอย่างนี้ นี่คือคนที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศของเรา" ส่วนโรเบิร์ต น้องชาย "ไม่มีที่ว่างในชีวิตฉันสำหรับเขา แต่ฉันไม่กล้าเผชิญความจริงและทำให้เขาเจ็บปวด ฉันอยากให้ใครสักคนช่วยบอกเขาว่ามันจบแล้ว ฉันพยายามจะบอกประธานาธิบดีให้บอกแทน แต่ฉันเข้าไม่ถึง" มาริลีน มอนโร ยังกล่าวถึงอนาคตด้านงานแสดงเอาไว้ว่ากําลังเตรียมตัวฝึกหนักเพื่อการแสดงเกี่ยวกับบทประพันธ์เรื่องเยี่ยมของเชคสเปียร์สอีกว่า "ฉันได้อ่านเรื่องของเชคสเปียร์สทั้งหมดและก็ลองฝึกตัวเองหลายๆบทพูดนะ ฉันอยากเริ่มจากการเล่นเป็นจูเลียตก่อน...อย่าหัวเราะเยาะฉันเลยน่ะ ฉันจะแต่งหน้า เลือกชุดที่เหมาะ และลองเล่นผ่านกล้องเพื่อใช้ฝีมือทั้งหมดเนรมิตจูเลียตที่มีอายุเพียง14ปีและบริสุทธิ์ผุดผ่องขึ้นมาให้ได้" "ลองคิดดูซิว่าคนที่กําลังวางแผนในอนาคตแบบนี้และพูดออกมาในเทปไม่น่าจะมีแนวโน้มฆ่าตัวตายได้เลย"ไมเนอร์ย้ำอีก แม้เทปลับนี้จะเปิดออกแต่นี้ ไม่ใช้เป็นครั้งแรกเพราะ อัยการเคยพยายามจะรื้อฟื้นคดีเมื่อปี 1982 มาแล้ว แต่ก็สรุปว่าไม่สามารถหาพยานหลักฐานพอที่จะฟื้นคดีได้ คดีนี้ดำมืดอีกครั้ง ข่าวลือในวันสังหาร มาริลีนมอนโรอาจถูกมาเฟียเป็นคนฆ่า และมือสังหารอาจเป็นจอห์นนี โรเซลลี มือสังหารของมาเฟีย ! ว่ากันว่าก่อนเที่ยงคืนวันที่ 4 นั้นจอห์นีพร้อม ผู้ช่วยอีกคนได้มาเข้าห้องนอนที่ มาริลีน มอนโร นอนอยู่ เขาจัดการล็อกตัวเธอและปิดจมูกด้วยโครโรฟฟอร์มจนเธอแน่นิ่งไป หลังจากนั้นก็พลิกร่างของเธอและ ถลกชุดนอนเธอขึ้นและฉีดยา "แอมนีมา"เข้าไปที่ก้นเธอและจัดวางเธอบนที่นอนในท่าเธอกำลังนอนหลับนั้นแหละ แต่ยังมีข่าวลือเหตุการณ์หลังจากนี้อีก! ช่วงค่ำวันที่ 4 นั้นโรเบิร์ต เคนนาดี กลับมาที่นั้นอีกครั้ง เนื่องจากมาริลีน มอนโรโทรไปหาเขาและขู่ว่าจะกินยา ตาย แต่เมื่อบ็อบบี้ไปถึงกลับพบร่างเธอแนบนิ่งอยู่บนเตียงก่อน เขาตกใจมาก และเชื่อกันว่าคนที่โทรไปเรียกรถพยาบาลก่อนสาวใช้ที่จะโทรนั้นคือตัวบ็อบบี้เอง นั้นแหละ และมีคนเห็นด้วยน่ะว่ามีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งดึงตัวบ็อบบี้ออกจากเหตุการณ์นั้นด้วย และสายตรวจนายหนึ่งที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในเหตุการณ์ครั้งนั้นพบรถ คนหนึ่งจอดอย่างน่าสงสัย พอไปตรวจก็พบว่าเป็น ปีเตอร์ ลอว์เฟอร์ ดาราดัง และด้านหลังก็มีคนหนึ่งนั้นด้วยเขาคือ โรเบิร์ต เคนเนดี !
หลุมศพของ มาริลิน มอนโร
"บางครั้งปริศนาก็ควรเป็นปริศนาต่อไป เพราะหากมีผู้ขุดคุ้ยเรื่องราวมากกว่านี้ก็จะกระทบหลายฝ่ายเท่านั้น เรื่องนี้ควรจบลงด้วยการจากไปอย่างเดียวดายของตัวละครน่าเศร้าที่ตกเป็น "เหยื่ออธรรม คนเดียวดีกว่าน่ะ" อนิจจา มาริลีน ผู้น่าสงสาร

1 ความคิดเห็น:

อารายเหรอ