
2. เก็บก่อนใช้ แบ่งรายได้เก็บไว้ส่วนหนึ่ง แล้วค่อยใช้ส่วนที่เหลือ 3. ใช้เงินกู้อย่างฉลาดรอบคอบ 4. หาข้อมูลให้รอบด้าน ก่อนซื้อสินค้าทางการเงินใด ๆ 5. ซื้อเฉพาะสิ่งที่เราเข้าใจดี 6. เข้าใจกรมธรรม์ประกันของเราว่าคุ้มครองอะไรบ้าง 7. ระวัง อย่าซื้อสินค้าทางการเงินด้วยแรงกระตุ้น 8. รู้จักปฏิเสธการขายแบบใช้เล่ห์กล 9. วางแผนเกษียณอายุแต่เนิ่น ๆ 10. กระจายเงินลงทุนในหลายประเภท 1. ทำบัญชีรายรับประจำเดือน (รายได้ทั้งหมดของคุณ) 2. ทำบัญชีรายการที่คิดว่าจะใช้จ่าย (วางแผนว่าจะใช้) เปรียบเทียบกับรายจ่ายจริงของแต่ละเดือน รายการใดที่ไม่ได้จ่ายเป็นรายเดือน ให้หารออกมาเป็นรายเดือน 3. กันเงินจำนวนเท่า ๆ กันเป็นเงินออมในแต่ละเดือน (เราควรมีเงินสำรองฉุกเฉินเท่ากับรายได้ประมาณ 6 เดือน) 4. ทำงบประมาณ และใช้เงินตามงบอย่างมีวินัย 1. การวางแผนเงินสดหมุนเวียน เป็นเรื่องของการจัดสรรรายได้เพื่อการใช้จ่ายประจำวัน และการเก็บออมเงิน และสินทรัพย์ของเราให้มากพอสำหรับเป้าหมายในอนาคต 2. การบริหารความเสี่ยง ก็ เป็นหัวข้อสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งหมายถึงการรับประกันว่าเราจะมีรายได้สำหรับครอบครัวมากพอ ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เช่น การจากไปก่อนเวลาอันควร การทุพพลภาพ หรือเจ็บป่วยนาน ๆ 3. การวางแผนลงทุน เป็น เรื่องของการกระจายสินทรัพย์ของเรา โดยใช้เครื่องมือทางการเงินหลายชนิด เพื่อบรรลุเป้าหมายในการลงทุน และเพื่อให้ทรัพย์สินงอกเงยขึ้น 4. การวางแผนเกษียณ เป็นเรื่องของการสร้างสมทรัพย์สินในวัยทำงาน เพื่อจะได้มีอิสระทางการเงินตอนเกษียณอายุ 5. การวางแผนภาษี ว่าด้วยการประหยัดภาษีให้มากที่สุด โดยใช้ประโยชน์จากมาตรการลดหย่อนต่าง ๆ ของรัฐบาล 6. การวางแผนมรดก เป็นการวางแผนถ่ายโอนทรัพย์สินให้แก่ทายาท โดยให้มีอุปสรรคน้อย และเสียภาษีมรดกน้อยที่สุด • วัย 20 ใน วัยนี้เป็นวัยที่เพิ่งเริ่มทำงาน เรื่องสำคัญคือ การตอบสนองความจำเป็นแบบวันต่อวัน และกันเงินเก็บไว้ส่วนหนึ่งสำหรับแต่งงานและซื้อบ้านหลังแรก แม้คนวัยนี้จะไม่ค่อยมีภาระทางการเงินมากนัก แต่ก็ควรจะให้ความสำคัญอันดับแรกในเรื่องของการคุ้มครองรายได้ ทั้งควรมีประกันให้มากพอเผื่อเอาไว้ในกรณีเกิดเหตุไม่คาดฝัน เช่นเจ็บไข้ได้ป่วย โรคร้ายแรงและการทุพพลภาพ ฉะนั้นหลังจากเก็บออมเงินสดเพื่อเป้าหมายระยะสั้นแล้ว ส่วนที่เหลือควรนำไปลงทุนในตราสารการเงินที่ให้ผลตอบแทนดีขึ้น • วัย 30 และ 40 คน วัยนี้มักจะมีครอบครัว และมีลูกแล้ว มีภาระทางการเงินและความรับผิดชอบต่อครอบครัวอย่างเด่นชัด การคุ้มครองรายได้สำหรับครอบครัวยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้น จึงควรทบทวนวงเงินประกันคุ้มครองที่มีอยู่ให้สอดคล้องกับรายได้และความรับ ผิดชอบที่เพิ่มขึ้น ทั้งยังต้องเป็นห่วงเรื่องเงินเก็บที่มากพอ เพื่อทุนการศึกษาของลูก เงินส่วนที่เหลือควรจะเป็นกองทุนเพื่อเกษียณอายุ เพราะยิ่งเริ่มต้นเร็ว ก็ยิ่งบรรลุเป้าหมายได้เร็ว • วัย 50 และมากกว่า เมื่อ ลูก ๆ เริ่มพ้นอกไปแล้ว ภาระค่าผ่อนบ้านและอื่น ๆ ก็เบาบางลงแล้ว นี่เป็นเวลาทบทวนวงเงินประกันอีกครั้ง เพราะวัยนี้มีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยมากที่สุด จึงควรพิจารณาแผนดูแลรักษาพยาบาลแบบระยะยาว เผื่อกรณีที่เราช่วยตัวเองไม่ได้ เพราะเจ็บป่วยหรือทุพพลภาพ และตอนนี้ก็ใกล้เวลาเกษียณแล้ว จึงควรทบทวนว่าเรามีเงินพอใช้ตอนเกษียณหรือไม่ • แบบคุ้มครองตลอดชีพ ด้วย การประกันชีวิตแบบตลอดชีพ คุณจะได้รับความคุ้มครองตลอดชีวิต (หรือคุ้มครองถึงอายุ 90 ปี สมัยนี้ไม่จำเป็นต้องชำระเบี้ยตลอดชีพอีกต่อไป ชำระในระยะเวลาสั้น แต่ยังได้ความคุ้มครองตลอดชีวิตเหมือนเดิม คลิกที่นี่สิครับ) กรมธรรม์แบบตลอดชีพส่วนใหญ่จะมีมูลค่าเงินสดสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งสามารถถอนมาใช้ได้กรณีที่ต้องใช้เงินฉุกเฉิน ด้วยวิธีกู้จากมูลค่าเงินสดในกรมธรรม์ และยังสามารถซื้อสัญญาเพิ่มเติมที่คุ้มครองการเจ็บป่วย อุบัติเหตุ โรคร้ายแรงและทุพพลภาพ แนบเข้าไปกับกรมธรรม์ได้ด้วย • แบบคุ้มครองพร้อมกับสะสมทรัพย์ กรมธรรม์ แบบนี้มีวัตถุประสงค์ในการออมเงินภายในระยะเวลาที่แน่นอนที่ได้กำหนดไว้ โดยเมื่อครบอายุกรมธรรม์ก็จะจ่ายคืนทุนประกันและโบนัสพิเศษให้(ถ้ามี) เป็นวิธีการออมแบบเอนกประสงค์ แล้วแต่ความจำเป็นของคุณ เช่น เป็นทุนการศึกษาบุตร หรือกองทุนเกษียณอายุ • แบบคุ้มครองชั่วระยะเวลา กรมธรรม์ แบบนี้ให้ความคุ้มครองแค่ชั่วระยะเวลาที่กำหนด (เริ่มตั้งแต่ 1 ปี 5 ปี 10 ปี 15 ปี 20 ปี เป็นต้น) โดยจะจ่ายทุนประกันเฉพาะเมื่อมีการเสียชีวิตเท่านั้น และไม่มีมูลค่าเงินสดใด ๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นเบี้ยประกันจึงต่ำกว่าแบบอื่น ๆ • แบบคุ้มครองควบการลงทุนอื่น (Unit Link) กรมธรรม์แบบนี้นำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นหลายอย่าง(แล้วแต่กำหนด) ทั้งยังให้โอกาสคุณเลือกรับความคุ้มครองในวงเงินต่างกันตามแต่ความจำเป็นของ คุณในแต่ละช่วงวัย
1. กำหนดวัตถุประสงค์ในการลงทุน และระยะเวลาที่ต้องการ 2. พิจารณาระดับความเสี่ยงที่คุณรับได้ และอัตราผลตอบแทนที่คุณต้องการ 3. ตัดสินใจจัดสรรการกระจายทรัพย์สินให้เหมาะสม หมายถึงการกระจายเงินออมของคุณไว้ในหลายรูปแบบ เช่น ซื้ออสังหาริมทรัพย์ หุ้น พันธบัตร ทองคำ และเก็บเป็นเงินสด 4. พิจารณาการลงทุนที่หลากหลาย รวมถึงหาที่ปรึกษาการลงทุนมืออาชีพ 5. พิจารณาค่าธรรมเนียมของการลงทุนที่คุณเลือก 6. ติดตามตรวจสอบการลงทุนอย่างใกล้ชิด และทบทวนเป้าหมายในการลงทุนเป็นระยะ 1. ฉันจัดทำงบประมาณรายเดือน 2. ฉันมีเงินสำรองฉุกเฉินเท่ากับรายได้ 6 เดือน 3. ฉันกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายทางการเงินอย่างชัดเจน 4. ฉันรู้มูลค่าสุทธิของตนเอง (ทรัพย์สินลบด้วยหนี้สิน) 5. ฉันมีแผนที่ดีเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ และเป้าหมายทางการเงินของฉัน 6. ฉันและครอบครัวมีความคุ้มครองจากการประกันต่าง ๆ อย่างพอเพียง เช่น ประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ ประกันการสูญเสียรายได้ 7. ฉันรู้ว่าจะมีเงินออมจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กบข. ประกันสังคม ฯลฯ เท่าไหร่เมื่อเกษียณอายุ 8. ฉันรู้ว่าฉันต้องการเงินเท่าไหร่เมื่อเกษียณอายุ และเริ่มเก็บเงินเพื่อกองทุนเกษียณอีกก้อนหนึ่ง 9. ฉันแบ่งเงินส่วนหนึ่งไปลงทุน เพื่อให้เงินเติบโต 10. ฉันทบทวนแผนการเงินอย่างสม่ำเสมอ วันนี้คุณวางแผนการเงินเพื่ออนาคตหรือยังคะ?
|
http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=bestchoiceinsure&date=03-12-2009&group=20&gblog=5
คุณไม่จำเป็นต้องธุรกิจหรือสินเชื่อส่วนบุคคล?
ตอบลบผมจะนำเสนอเงินให้กู้ยืมจากช่วงของ (5000) ไปที่ (5,000,000) เพื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งและ บริษัท ในอัตราดอกเบี้ย 3% เป็นประจำทุกปี สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อเราผ่านทางอีเมล์: secure.funds3@gmail.com
คุณสนใจที่จะได้รับเงินกู้กับเราหรือไม่? ถ้าฉันถูกต้องติดต่อเราอีเมลสำหรับอีเมล deail: honeywell240@gmail.com
ตอบลบฉันจะใช้? โปรดกรอกแบบฟอร์มใบสมัครด้านล่างสำหรับอีเมลนี้: honeywell240@gmail.com
แบบฟอร์มขอกู้เงิน
ชื่อเต็ม:....................
เมือง:..............
หมายเลขโทรศัพท์: ...........
วงเงินกู้: ...........
ระยะเวลาเงินกู้: .......................
วัตถุประสงค์ของสินเชื่อ: ........................
นาย JamesHook