วันพุธที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2553

ภาพ "บรูซลี" ตั้งแต่เด็ก จน วันสุดท้าย ซื่งเราอาจยังคงไม่เคยเห็น

ภาพ "บรูซลี" ตั้งแต่เด็ก จน วันสุดท้าย ซื่งเราอาจยังคงไม่เคยเห็น



คนนี้ พ่อของ บรู๊ชลี























แฟนบรู๊ชลี













ครูสอนศิลปการต่อสู้ของบรู๊ชลี





























ลูกของบรู๊ชลี







































ถึงวันบรู๊ชลีจากไป กลายเป็นตำนาน





































บรู๊ซ ลี

ตำนวนกังฟู ของโลก นักแสดงชาวเอเชียผู้บุกเบิกวงการฮอลลีวู้ด
เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 1973 ขณะอยู่กับดาราสาวชาวฮ่องกงติงเพ่ยเจีย

ต่อ มา วันที่ 3 กันยายนพ.ศ.2516 ศาลและคณะแพทย์ออกแถลงอย่างเป็นทางการว่า
บรู๊ซ ลี หรือ หลีเสี่ยวหลง เสียชีวิตด้วยอาการสมองบวม เนื่องจากแพ้ยาแก้ปวดที่ติงเพ่ย
ให้กินก่อนเขาจะหลับไป เป็นการตายโดยอุบัติเหตุไม่ใช่ฆาตกรรมด้วยวัยเพียง 32 ปี
ขณะที่กำลัง โด่งดังและอยู่ในวัยที่ร่างกายกำยำแข็งแรง การเสียชีวิตของเขาได้สร้างข้อกังขาให้กับบุคคลหลายฝ่าย

หลักฐาน ต่างๆที่หนังสือพิมพ์เคยตีพิมพ์ มีตั้งแต่การที่รถพยาบาลที่มารับเขาไม่ยอมเปิดไซเรน
ชายฉกรรจ์สองคนที่ พาติงเพ่ยออกจากบ้านไปก่อนรถพยาบาลกับ
ตำรวจจะมา หรือ ห่อยาโดปสองห่อข้างเตียงล้วนแต่ไม่มีการกล่าวถึง

หลายคนหยุดหงิดกับ บทสรุปไม่น่าตื่นเต้นเหมือนเรื่องที่สื่อมวลชนเขียนเอาราวกับ
แต่งนิยาย หรือบทหนัง คนแข็งแรงอย่างบรูซลีก็ไม่ควรตายเพราะเรื่องแค่นี้

ทุกคน ต่างถกเถียงถึง สาเหตุการเสียชีวิตของเขาว่าเป็นการฆาตกรรมมากกว่าโรคภัย
จน มีเรื่องเล่ากันว่า บรู๊ซ ลี ตายเพราะการต่อสู้ จากนิสัยที่มีความ
หยิ่ง ผยองในความเก่งกาจของตัวเอง จนเกิดการท้าประลองกับยอดนักกังฟูของจีนแผ่นดินใหญ่
การต่อสู้จบลงโดย บรู๊ซ ลี บาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิต

บางคนเลยเถิดถึงขั้นยอมเชื่อว่า มันเป็นเพราะไสยศาสตร์ จนลือกันไปว่าบ้านพักของเขา
ที่เกาลูนตงในฮ่องกง สร้างทับปากถ้ำมังกรเก้าตัว จึงนำอาเพศมาให้ บ้างก็ยังมีถึงขนาดเชื่อว่าลียังไม่ตาย
เขาเพียงแค่หลอกปีศาจที่ตามมา เอาชีวิตเท่านั้น เมื่อถึงเวลาเขาจะกลับมาปรากฏตัวอีกครั้ง

อย่างไร ก็ตามเมื่อปี 2549 สื่อฮ่องกงเปิดเผยรายงานของผู้เชี่ยวชาญชาวอเมริกันรายหนึ่งถึงสาเหตุการ
เสีย ชีวิตของ บรู๊ซลี โดยตั้งข้อสันนิษฐานใหม่ว่ามีความเป็น

ไปได้มากที่ สุดที่บรู๊ซจะเสียชีวิตด้วยโรคลมบ้าหมูอย่างเฉียบพลัน เนื่องมาจากการอดนอนและความเครียด
ไม่ใช่มาจากอาการแพ้ยาตามรายงาน ชันสูตรศพในปี 1973

บรู๊ซลีเคยกล่าวไว้ในหนังสือที่บันทึกชีวประวัติ ของเขา ว่า การมีชีวิตอยู่นั้น ไม่สำคัญว่ายาวนานขนาดไหน
ความสำคัญอยู่ ที่ระหว่างที่มีชีวิตอยู่นั้น ได้ทำสิ่งที่ตน
ปราถนาหรืออยากทำหรือไม่ สำหรับตนนั้นได้ทำสิ่งที่ใฝ่ฝันสำเร็จแล้ว ดังนั้น ความตายจึงไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวอีกต่อไป

จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มี ใครรู้แน่ว่า บรู๊ซ ลี จากไปเพราะอะไร

1 ความคิดเห็น:

อารายเหรอ