วันอังคารที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2553

ย้อนอดีตเมืองไทยใน โปสการ์ด......

ย้อนอดีตเมืองไทยใน โปสการ์ด......











เป็นเรือประทุนมีท้า นยกงอนสูง ท้องเรือขุด ทนแรงกระแทกกับโขดหินได้ดีกว่าเรือต่อชาวเวียงเหนือ ใช้เป็นพาหนะขึ้นล่องติดต่อกับกรุงเทพฯ ก่อนทีจะมีรถไฟ




งานคล้องช้างนี้รัชกาลที่ ๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จัดขึน้นในงานรับรอง องค์รัชทายาทราชบัลลังก์รัชเซีย โขลงช้างป่าต้อนมาจากสระบุรีและนครนายก ซึ่งเดิมมีอยู่มาก




คลองนี้ขุดมาตั้งแต่ครั้ง สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ ณ ที่นี้เคยเป็นที่ตั้งโรงเรียน "ราชวิทยาลัย" ปัจจุบันเป็นสถาบันราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา





เรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ที่พระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการระดับสูง สร้างขึ้น น้อมเกล้าฯ ถวายัรชกาลที่ ๕ เพื่อใช้ในการเสด็จประพาสยุโรปเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๐ (ครั้งที่ ๑)








ชื่อทางราชการคือ ลองผดุงกรุงเกษม รัชกาลที่ ๔ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขุดเป็นคูพระ นครชั้นนอก ใช้ประโยชน์ในการเอินทาง ต่อมากลายเป็นย่านการท้าทางเรือที่สำคัญ




รัชกาลที่ ๔ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างถนนนี้ใน พ.ศ.๒๔๐๔ ภาพนี้ถ่ายหลังการ เปลี่ยนจากรถม้าลากเป็นรถรางใช้พลังไฟฟ้า ตึกสองฟากยังเป็นแบบจีนเต็มตัว




ภาพนี้คือสถานีตำรวจในกรุงเทพฯ สมัยรัชกาลที่ ๕ คนทั่วไปเรียกว่า โรงพัก พลตระเวน ยุคนั้น เราขังจ้างแขกอินเดียบ้าง มลายูบ้าง เป็น "โปลิส"




ภาพซ้าย เป็นภาพเหล่าแม่ค้าขายหมากแห้ง วางขายในกระด้ง ส่วนภาพขวา เป็นบรรยากาศ ในตลาดส่วนที่ขายอาหารความหวานสำเร็จรูป








ช้างในภาพชื่อ "พลายมงคล" ถูกใช้งานทำหน้าที่ลากลูกกลิ้งบดผิวหน้าถนน บริเวณถนนเจริญ กรุงตอนสี่กั๊กพระยาศรี




ทหารปืนใหญ่ แต่งเครื่องแบบเต็มยศบริเวณ "ถนนน่าห้างหมอรัมซัน" ในคราวที่รัชกาลที่ ๕ เสด็จ พระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐินราวปี พ.ศ. ๒๔๔๗




"ไอติมไล้เหลี่ยวฮ้า" เป็นเสียงร้องของเจ็กขายไอติมหาบเร่ ไอติมแบบเดิมไม่มี อะไรมาก เป็นส่วนผสมของน้ำมะพร้าวอ่อน น้ำตาลทราย เนื้อไอติมออกเป็นทราย




ภาพนี้ได้ถูก เปลี่ยนขนาด ขนาดต้นฉบับคือ 881x52 ต้องการดูภาพเต็มขนาดคลิกที่นี่...

รัชกาลที่ ๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างพระที่นั่งองค์นี้ เพื่ออุทิศถวายแด่พระ เจ้าปราสาททอง ซึ่งเคยทรงสร้างพระที่นั่งในนามนี้ในปี พ.ศ. ๒๑๗๕








ในพระราชพิธีมังคลาภิเษก พ.ศ.๒๔๕๐

เมื่อคราวรัชกาลที่ ๕ ทรงครองราชย์เป็นปีที่ ๔๐ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระที่นั่งนี้ ในพระราชวังกรุงศรีอยุธยา เพื่อบำเพ็ญพระราชกุศล





เป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดใน อยุธยา ฝ่ายหนึ่งว่าสร้างขึ้นเป็นอนุสรณ์ในชัยชนะของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อีกฝ่ายว่าเป็นของที่มีมาก่อนแล้ว และมีองค์ประกอบบางอย่างชี้ชัด




วัดนี้รัชกาลที่ ๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. ๒๔๑๒ ถวาย สมเด็จพระเทพศิรินทรามาตย์พระบรมราชชนนีฯ




พระสมุทรเจดีย์ตั้งอยู่บน เกาะเล็กๆ ปากคลองบางปลากด จ.สมุทรปราการ ปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเจดีย์กลางน้ำแล้ว เพราะแผ่นดินงอกออกมาเชื่อมกัน








ป้อมนี้อยู่ตรงมุมวัดพระแก้ว รัชกาลที่ ๔ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทำเสาธงขึ้น เพื่อชักธงเช่นเดียวกับฝรั่ง โดยเชิญธงตราพระมงกุฎ ซึ่งเป็นธงประจำพระองค์

ภาพนี้ได้ถูก เปลี่ยนขนาด ขนาดต้นฉบับคือ 913x615 ต้องการดูภาพเต็มขนาดคลิกที่นี่...



เดิมรัชกาลที่ ๕ มีพระราชดำริให้สร้างในแบบสถาปัตยกรรมยุโรปเต็มตัว แต่มีผู้ทัก ท้วงขอให้พระที่นั่งสามองค์มียอดปราสาท ตามพระราชประเพณีที่พระมหากษัตริย์มีที่ประทับตามฤดูกาล ๓ แห่ง




ภาพนี้ถ่ายเมื่อ ๙๐ ปีมาแล้ว พระปฐมเจดีย์เป็นเจดีย์ใหญ่และสูงที่สุดในประเทศไทย เป็นที่ ประดิษฐานพระสรีรังคารของรัชกาลที่ ๖





อาคารสวยงามแห่งนี้ปัจจุบันเป็นที่ตั้งกรมแผนที่ทหาร เดิมเป็นโรงเรียนนาย ร้อยทหารบก ต่อมาย้ายมาอยู่ถนนราชดำเนินนอก และเขาชะโงก จ.นครยายก ในปัจจุบัน






สตรีนำสมัยในราชสำนัก เริ่มหันมาสวมเสื้อแบบ "แหม่ม" แต่ยังคงนุ่งโจง กระเบนอยู่อย่างเดิม





สุภาพสตรีในภาพไว้ผมยาว ซึ่งเป็นความเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ก่อนหน้านี้ผู้หญิง ไทยมีทรงผมคล้ายผู้ชายแต่ยาวกว่า เรียกว่าทรงดอกกระทุ่ม





เมื่อ ๘๐-๙๐ ปีมาแล้ว ชาวสวนจะใช้ชีวิตสมถะ บ้านช่องอยู่ในสวนริมคลอง มีแมก ไม้บดบัง แต่บ้านเรือนไทยสวยงาม มีความสงบร่มรื่น




ภาพนี้ ไม่ใกล้ไม่ไกลกรมทหารแถวคลองบางซื่อ คลองสามเสน ชาวบ้านอาศัย ในเรือนมุงจากใช้ระแทะเทียมควายลำเลียงฟ่อนข้าว




ที่มา...skn.ac.th

1 ความคิดเห็น:

อารายเหรอ