วันจันทร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2553

“สวย ทรหด อดนอน” ถนนสู่ดาวสาวมหา'ลัย

อาชีพ “นักแสดง”หรือ “ดารา” หลายคนอาจมองว่าเป็นงานที่สบาย ไม่เหน็ดเหนื่อย ใช้เพียงน่าตาความสวยหล่อเข้าแลก ทว่าความคิดดังกล่าวหาใช่สิ่งที่ถูกต้อง! เพราะบนเส้นทางสู่ฝันสายนี้แม้จะเต็มไปด้วยโอกาสแห่งการกอบโกยรายได้เม็ดงาม ก็จริง แต่ทั้งหมดนั้นก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ซ้ำต้องแลกมาด้วยการสูญเสียช่วงเวลาบางส่วนบางตอน แถมยังต้องใช้ความทรหดอดทนในการจัดการกับชีวิตที่ชุลมุน

เพื่อเป็นการยืนยัน ไลฟ์ ออน แคมปัส ขออาสาพาไปกระเทาะความนัยจากปากดาราจอแก้ววัยมหา'ลัยกับสองสาวหน้าใส “ไอซ์-อธิชนัน ศรีเสวก” นักศึกษาชั้นปีที่ 3 เอกภาษาไทย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และ “ปราง- กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล” นักศึกษาหลักสูตรการบริหารอุตสาหกรรมการ ท่องเที่ยว จาก วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล

ไอซ์เล่าให้ฟังว่า เธอก้าวเข้าสู่ประตูวงการบันเทิงได้เพราะประกวดมิสทีนไทยแลนด์ 2005 ด้วยความไม่ตั้งใจและหวังแต่เพียงมาหาความสนุกและหาประสบการณ์เท่านั้น

“ตอน นั้นอายุแค่ 16 มาประกวดเพราะเพื่อนชวนให้มาเที่ยว แต่ไม่นึกว่าจะได้ ทั้งที่ไม่ได้อยากอยู่ในวงการบันเทิงตั้งแต่แรก แต่พอหลังจากคืนที่ประกวดก็เหมือนเราผลักตัวเองเข้าสู่วงการ และคว้าโอกาสที่มาถึงนั้นไว้จนมีผลงานละคร ทั้งบ่วงหงส์ รอยรักรอยบาป และตอนนี้ก็ กำลังถ่ายโรบอทยอดรัก”

เช่นเดียวกับสาวตากลมอย่าง “ปราง” ที่ย่างก้าวเข้ามาสู่วงการนี้ ด้วยวิธีการเดียวกัน คือ การประกวดมิสทีนไทยแลนด์ รุ่น 2007 จากนั้นงานในวงการบันเทิงก็หลั่งไหลมาให้เธอคว้า แต่กระนั้นก็กลับต้องเกิดอาการงานเข้า! ตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตมายา

“ตอน ได้ตำแหน่งใหม่ๆ ได้รับการติดต่อให้เป็นเรื่อง อนึ่งคิดถึงเป็นอย่างยิ่ง แต่ต้องดรอปเรียน ยอมรับว่าเครียดมาก เพราะเป็นคนตั้งใจเรียน ไม่เคยขาด และก็กลัวตัวเองไม่ได้เกียรตินิยมเพราะเราทำคะแนนมาตั้งแต่ปีหนึ่งก็เลยหวัง เรื่องนี้ และก็ไม่รู้ว่าจะเอายังไงกับชีวิตดี แต่พอปรึกษาคุณแม่ คุณแม่บอกว่าให้คว้าโอกาสทางการบันเทิงไว้เพราะคนเรารับเข้าทำงานกันที่ ประสบการณ์ไม่ใช่เกียรตินิยมจึงตัดสินใจคว้าโอกาสเล่นหนังเอาไว้”ปราง เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้น

ไอซ์-อธิชนัน ศรีเสวก นิสิต มศว
ก่อนที่เราจะถามถึงเรื่องของวงจรชีวิต ณ จุดปัจุบัน ซึ่งทั้งสองต่างบ่นกันเป็นเสียงเดียวว่า “ทรหด-อดทน”ไม่ได้ สบายกันอย่างที่คิดนัก ไอซ์บอกจากเดิมเพื่อนมองว่าตนไปทำงานเก็บเงิน และเป็นงานสบายๆ ถ่ายแล้วก็เสร็จ ปิดกล้อง แต่ตอนนี้เหล่าเพื่อนฝูงรั้วมศว ของสาวรายนี้ ก็เปลี่ยนความคิด เหตุเพราะเห็นสภาพช่วงร่างกายเหนื่อยแต่ต้องฝืนมานั่งเรียนแล้ว ต้องบอกว่า โถ!น่าสงสาร

“ถ่าย กันตั้งแต่เย็นจรดเช้าและก็ไปเรียนต่อบางทีไปเหมือนไปแต่ร่าง ขาดวิญญาณ ไม่มีชีวิตชีวาเผลอหลับในเวลาเรียนก็มี แต่ก็โชคดีในเวลาที่เราเหนื่อยเราก็จะมีเพื่อนฝูงคอยช่วยตามงานให้ เพราะเพื่อนเราบางคนเห็นแล้วก็เข้าใจและสงสาร ไม่มีใครคิดเหมือนเดิมอย่างที่มองตอนแรกอีกแล้ว”

ด้านสาวปรางเองก็เหน็ดเหนื่อยไร้เรี่ยวแรงเช่นกัน ยิ่งในช่วงละครถ่ายต่อเนื่องและมีสอบไปพร้อมกัน ยิ่งทวีความเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า แต่เธอก็นับว่าโชคดีที่มีเพื่อนเข้าใจเหมือนกัน ทั้งยังคอยช่วยเหลือติดตามรายงานเวลาขาดเรียนหรือตามเพื่อนไม่ทัน

“ เรื่องเรียนปรางไม่ค่อยน่ากังวลเท่าไรแต่เรื่องพักผ่อนน้อยก็อาจจะเป็นปัญหา อุปสรรคให้เรามีความอ่อนล้าแต่ เราก็จะภูมิใจเวลาคนมาชมว่าเราเรียนเก่งทั้งๆที่ทำงานไปด้วย ซึ่งตรงนี้เราก็ยกผลประโยชน์ให้เพื่อนๆที่ช่วยกันเสมอด้วย แม้ว่าบางเวลาเพื่อนจะไม่เข้าใจหรือแอบน้อยใจบ้าง ว่าเราไม่มีเวลาไปดูหนังกับเพื่อนบ้างหรือทำกิจกรรมกับเพื่อนบ้าง เพราะทุกวันนี้ก็เรียน 4 วันและทำงาน 3 วันเต็มเรียกว่าไม่มีวันหยุดเลยค่ะ”

ดูแล้วชีวิตของเธอทั้งสองถูกเติมเต็มไปด้วยงาน อย่างที่ไม่รู้จะอิจฉาดีไหม เพราะงานนี้นอกจากจะเป็นงานที่เหนื่อยมากแล้ว ไอซ์ยังบอกอีกว่าการทำงานยังทำให้บางส่วนในชีวิตของเธอหายไป เช่น กิจกรรมสีสันในรั้วมหาวิทยาลัย แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาก็คือความรับผิดชอบ ความเป็นผู้ใหญ่ที่มีมากขึ้น

ปราง-กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล นศ.ม.มหิดล อินเตอร์
ส่วนด้าน “ปราง”สิ่งที่หายไปคือเกียรตินิยมอย่างที่กล่าวข้างต้น แต่สิ่งที่ได้รับก็คือ “ความกล้า” ในการเปิดตัวเองให้รู้จักสังคมใหม่ๆหลังจากที่แต่ก่อนเป็นคนขี้อายสุดๆ

“ เราสองคนทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยเหมือนกันค่ะ ซึ่งก็จะเข้าใจกันว่า มันเหนื่อยแล้ว เงินมันก็ไม่ได้มาง่ายๆหรอกนะ ซึ่งแม้รายได้มันจะสูงแต่มันก็ยากที่จะต้องทำการบ้านและจัดการกับชีวิตให้ลง ตัวทั้งเรื่องเรียนเรื่องทำงาน ที่ไหนจะต้องท่องบท ทำการบ้าน ทำรายงาน เรียกว่าทิ้งเวลาในส่วนที่เป็นความชอบส่วนตัวชองเราออกไปเพื่อมาทำให้โอกาส ที่เราคว้าไว้ให้มันได้ดีที่สุด และเราก็ต้องตั้งใจจริงไม่งั้นงานก็พัง เรียนก็จะมีสิทธิ์พังไปด้วย ” สองสาวเปิดใจ พร้อมปิดท้ายถึงทิศทางในอนาคตว่าแม้จะยากลำบากแค่ไหน บนเส้นทางสู่ดวงดาวสายนี้ก็ยังคงมีเสน่ห์วันยังค่ำ ทั้งสองเลือกที่จะอยู่ในวงการบันเทิงต่อไปพร้อมไม่ละทิ้งการเรียน สาวไอซ์สนใจเรียนต่อปริญญาโททันทีที่เรียนจบส่วนสาวปรางก็เช่นเดียวกันแต่ รายนี้อาจจะละทิ้งวงการบันเทิงไปสักพักและพาตัวเองไปเรียนต่อด้านการโรงแรม อย่างเอาจริงเอาจังที่สวิสเซอร์แลนด์

“ ตอนนี้เราสองคนอยากจะบริหารเวลาของการเรียนและการทำงานให้ไปด้วยกันให้ได้ เพราะการทำงานในวงการบันเทิงเป็นโอกาสที่เราคว้ามาแล้วเราก็ต้องทำมันให้ดี ที่สุด เพื่อให้คนดูทั่วประเทศดูงานคุณภาพ ส่วนเรื่องเรียนในอนาคตตั้งใจกันไว้ว่าไม่ทิ้งแน่ เพราะการเรียนเป็นวิชาที่ติดตัวเราและมีความจีรังมากกว่างานบันเทิงค่ะ ”สอง สาวจอแก้ว

1 ความคิดเห็น:

อารายเหรอ