วันจันทร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ความหวังของผู้ป่วยมะเร็ง...การรักษาแนวใหม่

ความหวังของผู้ป่วยมะเร็ง...การรักษาแนวใหม่
บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด


อย่าเพิ่งหมดหวัง...หากคุณเป็นมะเร็ง
20 กรกฎาคม 2553 เวลา 13:18 น.
วันนี้ มีข่าวดีมาบอกสำหรับคนที่เป็นมะเร็ง เนื่องจากตอนนี้วงการแพทย์จีนได้พบหนทางสู้มะเร็งแล้ว ซึ่งน่าจะสร้างความหวังให้คนเป็นมะเร็งได้บ้าง


โดย...วรธาร ทัดแก้ว POST TODAY


หลาย คนที่รู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็งก็มักจะท้อแท้ห่อเ***่ยวใจ บางคนหมดอาลัยในชีวิตเหมือนคนไร้วิญญาณ เกิดความหดหู่เศร้าสร้อย ประมาณว่าชีวิตมีแต่เหมือนไร้ชีวา เพราะส่วนใหญ่จะคิดว่าเป็นมะเร็งแล้วก็ต้องรอวันตาย ถึงรักษาไปก็รังแต่จะหมดเงิน รักษามาแล้วก็คงมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน


วันนี้ มีข่าวดีมาบอกสำหรับคนที่เป็นมะเร็ง เนื่องจากตอนนี้วงการแพทย์จีนได้พบหนทางสู้มะเร็งแล้ว ซึ่งน่าจะสร้างความหวังให้คนเป็นมะเร็งได้บ้าง เนื่องจากมีคนไทยและต่างชาติจำนวนมากหลั่งไหลไปรักษาที่จีน คือ โรงพยาบาลฟูด้า (FUDA) มณฑลกว่างโจว เป็นโรงพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญในการรักษามะเร็งที่มีชื่อเสียงของจีนและ ของโลก และส่วนใหญ่ที่ไปรักษาจะหายกลับมาเกือบทุกรายและหลายๆ รายก็อยู่ในระยะที่เซลล์เนื้อร้ายลุกลามแล้ว


ใช้ไอเย็นสลับร้อนจี้เซลล์เนื้อร้าย


ศ.นพ.ฉู(กลาง)

การ รักษาที่ฟูด้าใช้วิธีไครโอเซอร์เจอรี (Cryosurgery) ได้แก่ ใช้ความเย็น คือ ก๊าซฮีเลียม (Helium) จี้ (Probe) ไปที่ตำแหน่งที่เป็นเนื้อร้ายให้เป็นน้ำแข็ง

ทั้งนี้ การใช้ก๊าซฮีเลียมจี้ไปที่จุดมะเร็งนั้น เริ่มจากการใช้เข็มซึ่งมีหลายขนาด ทั้งใหญ่ กลาง เล็ก เลือกเข็มที่เหมาะกับจุดที่เป็นมะเร็งโดยเข็มนั้นจะต่อกับสายยางจากตัว เครื่อง เจาะผ่านผิวหนังไปตรงจุดที่เป็นเนื้อร้าย จากนั้นจะปล่อยก๊าซฮีเลียมไปที่จุดเซลล์มะเร็งจนกลายเป็นน้ำแข็งประมาณ 2-3 นาทีแล้วหยุดให้ฮีเลียม

“จากนั้นก็เปลี่ยนไปใช้ก๊าซอาร์กอน (Argon) ที่ให้ความร้อน 2-3 นาที ทำสลับกันอย่างนี้ฮีเลียม-อาร์กอน ฮีเลียม-อาร์กอน 2 รอบ เพื่อให้ก้อนมะเร็งเกิดอาการขาดน้ำหยุดการแพร่กระจายของเชื้อแล้วเซลล์ มะเร็งก็จะฝ่อและยุบไปเอง”

เมื่อทำการจี้เย็นสลับร้อนเสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไปหมอจะทำการฝังแร่ไอโอดีน 125 ซึ่งเป็นแร่รังสีเข้าไปรอบๆ ตำแหน่งของก้อนมะเร็ง เพื่อให้แร่รังสีชนิดนี้จัดการกับก้อนมะเร็ง

อย่างไรก็ตาม การใช้วิธีเย็นสลับร้อนจี้นี้บางครั้งจะต้องผ่าตัด ซึ่งการผ่าตัดนั้นจะต้องเห็นก้อนเนื้อมะเร็งชัดเจนจึงจะสามารถทำการจี้เย็น สลับร้อนได้ แต่บางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดแต่สามารถใช้เข็มเจาะผ่านผิวหนังเข้าไปตรง จุดที่เป็นมะเร็งได้เลย ซึ่งเวลาทำจะปรากฏเห็นชัดในเครื่องซีทีสแกน

นำเลือดไปสร้างภูมิแล้วฉีดกลับเข้ามา

ทั้ง นี้ ในกระบวนการรักษาของโรงพยาบาลฟูด้านั้น จะมีขั้นตอนหนึ่งคือการสร้างภูมิให้กับร่างกายซึ่งทำซีไอซี โดยการดูดเอาเลือดประมาณเท่าเข็มฉีดยาของผู้ป่วยไปทำการสร้างภูมิประมาณ 6 วัน

จากนั้นก็นำกลับมาฉีดเข้าในร่างกายทำนองให้น้ำเกลือ แต่ว่าเลือดตอนที่ฉีดกลับเข้ามาในร่างกายนั้น ไม่ได้เป็นเลือดสีแดงๆ เหมือนตอนที่ดูดออก แต่จะเป็นลักษณะน้ำสีขาวๆ ที่ถูก|นำไปบรรจุลงในขวดประมาณเท่าขวดแบรนด์รังนกวันละขวด 6 วันก็ 6 ขวด

ศ.นพ.ฉู เคเฉียง (Xu Kecheng) ผู้บริหารระดับสูงและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคมะเร็งมากว่า 46 ปีของโรงพยาบาลฟูด้า กล่าวว่า การรักษาโรคมะเร็งของฟูด้าได้รับการยอมรับในวงกว้างไม่เฉพาะแต่ในเมืองจีน หรือในเอเชียหากแต่คนในทวีปยุโรปและอเมริกา ต่างก็ให้ความสนใจและติดต่อขอเข้ารับการรักษาเป็นจำนวนมาก

“สำหรับ เมืองไทย 7 ปีก่อนหน้านี้ เคยมีเศรษฐีไทยวัย 80 ปี เป็นคนแรกที่เข้ารับการรักษาโรคมะเร็งลำไส้กับโรงพยาบาลฟูด้า หลังจากแพทย์ไทยระบุว่าไม่อาจรักษาให้ได้แล้ว นับแต่วันนั้นจนถึงวันนี้เศรษฐีไทยคนนั้นยังคงใช้ชีวิตปกติสุข จากนั้นคนไทยอีกหลายสิบคนก็เดินทางไปขอรับการรักษาจากเราเรื่อยมา”|หมอฉู เคเฉียง กล่าว

ไชยา อุณวิไล หนึ่งในผู้ที่เคยไปรักษาที่ฟูด้า กล่าวว่า เป็นมะเร็งที่ตับไม่ได้รักษาที่โรงพยาบาล แต่เลือกรับประทานยาจีนและสมุนไพรประมาณ 1 ปี จากนั้นไปตรวจเช็กที่คุนหมิงก็ปรากฏว่ามะเร็งไม่หยุดอยู่กับที่แต่โตขึ้นมา

“ตอน ที่พบครั้งแรก 1 ซม. หลังรับประทานยากลายเป็น 3.8 ซม. จึงไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ อีก 4 เดือนไปตรวจอีกก็เห็นเพิ่มขึ้นมาอีกจากหนึ่ง 1 เม็ด เพิ่มขึ้นเป็น 3 เม็ด แต่ละจุดประมาณ 1 ซม.”

ไชยา กล่าวต่อว่า หมอจึงเลือกให้คีโมครั้งแรกตับไม่ทำงาน ครั้งสองก็ไม่ทำงานอีก แต่พอดีช่วงนี้เพื่อนที่ฮ่องกงแนะนำให้ไปรักษาที่ฟูด้า ซึ่งก็รักษาอยู่ 22 วัน แล้วกลับมาพักที่ไทย 1 เดือน จากนั้นกลับไปตรวจใหม่ทำซีทีสแกนก็ไม่มีอะไรและเม็ดที่ตับมีลักษณะฝ่อแห้ง ทุกจุด และตอนนี้ก็หายแล้วแต่ก็ต้องคอยตรวจประจำ

“ครั้งหนึ่งผมตั้งใจจะบอกยอดรัก สลักใจ ให้ไปรักษาที่ฟูด้าถ้าเกิดผมรักษาหาย ปรากฏผมรักษาหาย แต่ยอดรักก็มาจากไปเสียก่อน”

กัน ตพงษ์ อัครพงศ์ภูกิจ อายุ 56 ปี เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะที่ 4 กล่าวถึงการไปรักษาที่โรงพยาบาลฟูด้าว่า เคยรักษาที่เมืองไทยด้วยการผ่าตัดและให้คีโมทั้งหมด 12 ครั้ง ซึ่งครั้งที่ 4 ได้ทำซีทีสแกนก็รู้ว่ามะเร็งได้กระจายไปที่ตับ 2 จุดกลายเป็น 4 จุด หมอแนะนำให้ผ่าตัดอีก แต่ยังไม่ตัดสินใจ พอดีรู้จักอาจารย์ไชยาก็แนะนำให้ไปรักษาที่ฟูด้า

“หลังจากไปรักษา ที่ฟูด้าแล้วทำเพตสแกน (PET SCAN) ปรากฏว่าในตับผมไม่มีมะเร็งแล้ว ตอนนี้หายแต่ก็ต้องไปเช็กอยู่ตลอดเนื่องจากตอนที่รักษาผมเป็นขั้นที่ 4 แล้ว ส่วนโอกาสที่จะกลับมาเป็นใหม่ก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน แต่หมอแนะนำให้ตรวจเช็กเรื่อยๆ ถ้ามีปัญหาค่อยไปที่จีน”

กันตพงษ์ กล่าวว่า การไปรักษาที่จีนจะต้องใช้ทุนในการรักษาพอสมควร อย่างน้อยต้องมีเงินเป็นล้าน อย่างตนรักษาที่จีนหมดเงินไป 2 ล้านบาท แต่ที่ไทยหมดไป 5-6 ล้านบาท

ทั้งนี้ ใช่ว่าการรักษาที่จีนจะหายขาดทุกราย บางรายก็ไม่สามารถรักษาได้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ ด้วย เช่น เป็นมะเร็งตับแต่ว่าเชื้อมะเร็งได้ลามกินถึงกระดูก อย่างนี้ก็ยากที่จะรักษาให้หายได้ บางรายรักษาหายแล้ว แต่ไปขึ้นอีกจุดหนึ่งซึ่งก็ต้องรักษาต่อไป




2 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ3 เมษายน 2554 02:03

    อ.หวังช่วยก็เป็นอีกท่านที่รักษาได้เพราะทุกวันนี้รักษาให้คนป่วยมาหลายรายแล้ว...แต่ อ.หวังช่วยไม่ได้ลงข่าวหรือสนใจชื่อเสียง..จึงรู้จักกันในกลุ่มคนป่วยช่วยบอกต่อ....เบอร์ อ.หวังช่วย 089-1289304

    ตอบลบ

อารายเหรอ