วันพุธที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2553

กะเทาะเกล็ด คนดัง พ.อ. (พิเศษ) พัชร รัตตกุล หรือ “ผู้พัน ดอลล่าร์”


กะเทาะเกล็ด คนดัง พ.อ. (พิเศษ) พัชร รัตตกุล หรือ “ผู้พัน ดอลล่าร์”

กะเทาะเกล็ด คนดัง พ.อ. (พิเศษ) พัชร รัตตกุล หรือ ผู้พัน ดอลล่าร์


ากความผูกพัน ที่คร่ำหวอดวงการธุรกิจน้ำดำมายาวนาน เกือบ กึ่งศตวรรษ ของหาดทิพย์ และทายาทผู้บริหาร ก้าวสู่ที่ปรึกษาสูงสุดเบอร์หนึ่งของวงการ...

พ.อ. (พิเศษ) พัชร รัตตกุล หรือ ผู้พัน ดอลล่าร์ ลูกหม้อ ทายาท คนดังสายเลือดธุรกิจน้ำดำแต่กำเนิด

บอกเล่า ตำนานกลุ่มบริษัท หาดทิพย์(มหาชน) จำกัด พร้อมที่มา ที่ไป...

ผม เกิดที่เมืองไทยแต่ไปเรียนและโตที่อังกฤษและเป็นเพื่อนสนิทกับ“จิ๊บ” พี่ชายของคุณ กรณ์ จาติกวนิช หรือ “ดอน” เราสามคนเติบโตมาด้วยกัน...

บ้านผมอยู่ที่อีสตัน ส่วนคุณกรณ์อยู่ที่วินเชสเตอร์ ดังนั้น “คุณกรณ์” หรือ ดอนก็เปรียบเหมือนเป็นน้องชายแท้ๆของผม...

เรียนจบขั้นต้น ผมก็ไปอยู่โรงเรียนประจำที่สก็อตแลนด์ จบจากโรงเรียนประจำ ก็เข้าไปโรงเรียนนายร้อยอังกฤษ โดยทุนจากรัฐบาล ซึ่งเป็นเงินของ จปร.ทั้งหมด ซึ่งทุกปีจะมีให้ 2 ทุน ... ซึ่งสอบคราวละ 10 คนและคนที่สอบได้ที่ 1-10 ก็จะเลือกไปเรียนที่อเมริกา,นอร์เวย์,อังกฤษ,ออสเตรเลียหรือ ญี่ปุ่น

พอสอบเสร็จ-เรียนจบ ผมก็ออกมาเป็นร้อยตรี และกลับมารับราชการที่กรมฐานทัพที่ 1 ที่เมืองไทย แต่พอกลับไปเรียนอีกครั้งที่มหาวิทยาลัย Oxford ก็ต้องเป็นรุ่นน้องของคุณกรณ์ เพราะต้องมาเสียเวลากับการเรียนนายร้อยอยู่ 1 ปี

ทั้งคุณกรณ์ และคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เลยเป็นรุ่นพี่ของผม และเราเรียนอาจารย์เดียวกัน

นี่คือ ที่มาที่ไป ของท่านประธานที่ปรึกษาบริษัท หาดทิพย์(มหาชน) จำกัด คุณ พัชร รัตตกุล หรือ คุณดอลลาร์ ผู้ดูแลที่ปรึกษา เครื่องดื่มผลิตภัณฑ์โค้ก แฟนต้า สไปรต์ ทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ มายาวนาน


PochNews:
ที่มาที่ไปของการมาทำธุรกิจน้ำดำและเป็นที่ปรึกษาบ.หาดทิพย์ ในภาคใต้ ให้เป็นอันดับ1 มายาวนาน?

พ.อ.พัชร: เริ่มแรกของบริษัทหาดทิพย์ คือ เมื่อ 40 ปีก่อน การดำเนินธุรกิจของโคคาโคล่า นอกเหนือจากกรุงเทพฯ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ทางไทยน้ำทิพย์เค้าบริหารอยู่แล้ว ท่านพจน์ สารสิน (บิดาคุณ พงศ์ สารสิน) ก็ได้ให้เพื่อนของท่าน ชื่อ หลวงชาติตระกาล โกศล(หลวงชาติเป็นคุณปู่ของคุณดอลล่าร์) มาทำที่ 2 จังหวัดภาคใต้ คือสงขลา และอีกจังหวัดหนึ่ง...

พอหลวงชาติทำงานมาได้สักระยะ ก็มอบหมายให้คุณไพโรจน์ รัตตกุล ซึ่งเป็นคุณพ่อของคุณดอลล่าร์ เข้ามาทำงาน จนประมาน 30 กว่าปี ก็ได้เปลี่ยนชื่อจากบริษัทเดิมจาก “นครทิพย์” มาเป็น “หาดทิพย์” หลังจากนั้นก็บริหารงานมาเริ่มจากบริษัทที่มีรถเล็กๆขายอยู่แค่ 6 คัน มีพนักงานอยู่เพียงไม่กี่คน ในกว่า30ปีที่ผ่านมา

จากนั้นเราก็นำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว ณ วันนี้เราเป็นบริษัทมหาชน มีพนักงานประมาน1500 คน แล้วก็ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของโคคาโคล่าทั่ว14 จังหวัดภาคใต้...


PochNews :ตอนนั้นมีวิธีดึงส่วนแบ่งทางการตลาดจากคู่แข่งเป็นอย่างไร?

พ.อ.พัชร: การแข่งขันกับคู่แข่งมีความรุนแรงมาตลอดตั้งแต่ผมเป็นเด็กๆแล้ว เพียงแต่ว่าปัจจุบันมีความรุนแรงกว่าเท่านั้น เพราะว่าจริงๆแล้วการแข่งขันของน้ำดำทั้ง 2 ยี่ห้อ ถ้าถามจากผู้บริโภค...รสชาติก็จะไม่ต่างกันมาก บรรจุภัณฑ์ก็ไม่ได้ต่างกันมากมาย เพราะฉะนั้นการตัดสินใจในเลือกของผู้บริโภคถ้าไม่รักในแบรนด์ ของเราจริงๆ เค้าก็อาจจะลืมแบรนด์ของเราได้

PochNews : มีกลยุทธ์อย่างไรในการดึงดูดลูกค้าให้มาสนใจแบรนด์ Coke ครับ?

พ.อ.พัชร: กลยุทธ์มันก็ต้องมองในภาพรวม คือบริษัทโคคาโคล่าไทยแลนด์ซึ่งตั้งอยู่ที่กรุงเทพฯนั้น โคคา โคล่าไทยแลนด์มีหน้าที่ในการดำเนินการทางด้านการตลาดในภาพรวมทั้งหมด ส่วนไทยน้ำทิพย์และหาดทิพย์ ตามภาษาธุรกิจของเราคือ จะเรียกว่าบ็อทเลอร์ ทั้งหาดทิพย์และไทยน้ำทิพย์ก็เป็นบ็อทเลอร์ เป็นคำที่ใช้ทับศัพท์ คือเราจะซื้อหัวน้ำเชื้อมาจากบริษัทโคคาโคล่า ซึ่งในประเทศไทยก็คือโคคาโคล่าไทยแลนด์ เมื่อเราได้หัวน้ำเชื้อมา เราจะมีลิขสิทธิ์อยู่แล้ว ทั้ง 2 บริษัท คือ บริษัท หาดทิพย์และไทยน้ำทิพย์ เพียงแต่ซื้อมาเพื่อมาผลิตในส่วนของโรงงานของเราในส่วนของตัวกระป๋องและทุกอย่างที่เราเป็นคนผลิต

“คือ เราจะรับหัวน้ำเชื้อมาแล้วนำมาผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆ และแบรนด์ต่างๆที่ทางโคคาโคล่า โดยเราต้องมีพวกโรงงานที่ไว้ผลิต ซึ่งโรงงานของเราตั้งอยู่ที่ ตำบลบ้านพรุ ที่อำเภอหาดใหญ่ เป็นโรงงานที่เก่าแก่พอสมควร มีเนื้อที่ประมาณ 70 กว่าไร่ ตั้งมาประมาณ40 กว่าปี ตั้งแต่ยุคต้นๆของหลวงชาติ และได้มีการปรับปรุงทางด้านสาธารณูปโภคมาอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดเราก็ได้ลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท ซื้อเครื่องจักรนำมาผลิตผลิตภัณฑ์สินค้าประเภทกระป๋องเมื่อปลายปีที่แล้ว เพื่อให้สามารถผลิตสินค้าทั้งประเภทที่เป็นขวดแก้วที่ต้องคืนขวดและขวดแก้วที่ไม่ต้องคืนขวด และสินค้าประเภทกระป๋อง 2 ขนาด ทั้งขนาดธรรมดาและขนาดที่เรียกว่า สลีค Sleek ซึ่งจะขายเฉพาะ14จังหวัดภาคใต้เท่านั้น และเป็นตัวสินค้าที่เพิ่งออกมาใหม่




PochNews:
การแบ่งสัดส่วนทางการตลาดกับในกรุงเทพ และภาคใต้ทั้ง 14 จังหวัดที่ท่านดูแลเป็นอย่างไร?

พ.อ.พัชร: ใน ภาพรวมสั้นๆ เราก็คงจะไม่แตกต่างกับบริษัทอื่นๆที่พบกับสภาพการแข่งขันที่รุนแรงอย่างใน ปัจจุบัน และเราไม่ต้องการองค์กรที่มีหลายชั้น เช่น จากผู้จัดการมาจนถึงผู้ปฏิบัติมีหลายชั้นมากจนเกินไปคล้ายๆกับการบังคับ บัญชาของทหาร ซึ่งจะทำให้การทำงานหรือการดำเนินธุรกิจนั้นล่าช้า การตัดสินใจก็จะช้าไปด้วย

ฉะนั้นในหลักการบริหารตั้งแต่ผมเข้ามา ผมพยายามที่จะบีบองค์กรให้มันแบนลง

5 ปี ที่ผ่านมา ผมได้เปรียบเทียบทั้งในส่วนที่แตกต่างและส่วนที่เหมือนกัน

ที่เหมือนกัน คือ พนักงานทุกคนจะต้องมีความเป็นผู้นำในตัวเองอย่างชัดเจน แต่เรื่องความรับผิดชอบ จะต้องมีความแตกต่างกัน ดังนั้นนโยบายจากข้างบนของเรา คือ พนักงานทุกคนจะต้องมีความคิดริเริ่ม ไม่ใช่ อยู่ไปเรื่อยๆ เช้าชามเย็นชาม และเราต้องใช้ความเป็นผู้นำ ทำให้พวกเค้าก็จะเกิดความเชื่อมั่น ซึ่งอันนี้ผมนำประการณ์ 25 ปี ในกองทัพมามาปรับใช้...

PochNews: อย่างไรครับ?

พ.อ.พัชร: คือ ผมเป็นทหาร การอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน มีความจริงใจต่อกัน ผมจึงเน้นกับลูกน้องที่หาดทิพย์เสมอๆว่า ผมได้เห็นความสนุกสนานในการทำงานในสิ่งที่พวกเขาทำ ขณะที่ก็มีความจริงใจและมีการให้เกียรติเคารพนับถือซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานระดับล่าง...คนกวาดถนนหรือผู้จัดการฝ่ายการตลาด ทุกคนให้ความนับถือในความอาวุโสทางด้านอายุและวัยวุฒิต่อกันด้วย


PochNews:
สาเหตุที่เรียนนายร้อยทหารบกแซนเฮิสท์ (Royal Military Academy Sandhurst) ที่สหราชอาณาจักร และได้ทุนจากรัฐบาล?

พ.อ.พัชร: ผมจบจากโรงเรียนมัธยมก็เข้าเรียนโรงเรียนนายร้อยเลย (ประมาณปี1981) ซึ่งตอนนั้นมีคนไทยเรียนอยู่แค่ 4 ทุน ทั้งๆที่เดิมผมอยากเรียนหมอ ทั้งๆที่ไปอยู่โรงเรียนประจำก่อนถึง 5 ปี

แต่เพราะคุณพ่อแนะนำว่า

1. ถ้าเราอยู่เมืองนอกนาน เราอาจไม่มีเพื่อนมากเท่าที่ควร

2. ถ้ารับราชการทหารอาจได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างที่ภาคเอกชนไม่สามารถให้ได้ เช่น ลักษณะการเป็นผู้นำ การอยู่แบบร่วมทุกข์ร่วมสุข

ผมก็เลยตัดสินใจเข้าโรงเรียนนายร้อยที่ประเทศอังกฤษและกลับมารับราชการที่กองทหารราบกรมพลที่2 และทหารราบกรมที่ 1 ทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ก็เป็นทหารมหาดเล็ก มา 2 ปี

ผมถูกเลี้ยงมาแบบต้องมีระเบียบวินัย และห้ามพูดโกหก เหตุผลเพราะในที่สุดคุณอาจจะถูกจับได้ และเราต้องมีความจริงใจและจริงจัง”

ฉะนั้นในการที่จะคบใครก็ตาม...จะเป็นเพื่อนหรือ เพื่อนร่วมงาน นาย ลูกน้อง ผมคิดว่าความจริงใจเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด”

PochNews: ระหว่างเรียนเมืองนอก(แซนเฮิสท์)เคยคิดว่าจะได้กลับมาทำธุรกิจหรือเปล่าครับ?

พ.อ.พัชร: ไม่เคยคิดเลยครับ ผมรับราชการตั้งแต่ปี2526 เป็นร้อยตรี พอจบจากแซนเฮิร์ทมาผมก็ ไปอยู่ที่กรมมหาดเล็ก

แต่ที่แซนเฮิสท์ เขาจะสอนให้เราเป็นทหารเพียงอย่างเดียว พอผมมารับราชการที่เมืองไทยได้ 2 ปี ผมก็เลยต้องศึกษาหาความรู้เพิ่ม มิฉะนั้นไม่สามารถเข้าโรงเรียนเสนาธิการทหารบกได้ จึงได้ลาไปเรียนต่อที่อังกฤษอีก และสอบเข้าที่มหาวิทยาลัย Oxford เลือกเรียนปรัชญา การเมืองและเศรษฐศาสตร์ ระดับปริญญาตรี และปริญญาโท ปรัชญา การเมืองและเศรษฐศาสตร์ ที่ St John’s College

ซึ่งเรียนที่เดียวกับคุณ กรณ์ จาติกวนิช ซึ่งก่อนนั้นเป็นรุ่นน้องตอนอยู่ที่สาธิตจุฬา แต่มาเป็นรุ่นพี่ผมที่ Oxford เนื่องจากผมต้องมาเรียนนายร้อย 2 ปี และมารับราชการต่อที่เมืองไทยอีก2 ปี

“คุณ กรณ์เป็นคนที่เก่งมากในเรื่องของความสามารถและเรื่องตรรกะทางความคิด ท่านเป็นประธานนักเรียนของเซนต์จอร์นในขณะนั้น ซึ่งน่าภูมิใจมาก มี สนิทกับท่านกรเหมือนพี่กับน้องแท้ๆ เพราะพี่ชายของท่านเป็นเพื่อนรักกับผมมาตั้งแต่เด็กๆ และเราอยู่ที่อังกฤษมาด้วยกันตั้งแต่ผมอยู่มัธยม...”

PochNews: นำชีวิตหรือการเรียนในต่างแดน มาปรับใช้ยังไงบ้างครับ?

พ.อ.พัชร: คิดว่าได้นำมาใช้โดยไม่รู้ตัว คือ

1. คนอังกฤษมีเอกลักษณ์ที่มีอารมณ์ขันประจำตัว แม้จะอยู่ภายใต้ความกดดัน ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้เรามีกำลังใจมากขึ้น

2. ลักษณะถ่อมตัวถ่อมตัว อย่างเช่น ถ้าจะเสนอหรือให้ความคิดเกี่ยวกับทีมงาน เขาจะพูดว่า ผมคิดว่าอย่างนั้นอย่างนี้นะ ซึ่งจริงๆแล้วเขาเชื่ออย่างนั้น



PochNews:
ก่อนเข้ามาบริหารหาดทิพย์และดูแลตลาดภาคใต้มา 5 ปี สิ่งที่ภาคภูมิใจ?

พ.อ.พัชร: ผมก็รับราชการมาตั้ง25ปี ตั้งผู้บังคับหมวดชุดเล็ก ผู้บังคับกองร้อย รองผู้บังคับกองพัน จนปี 2538-2539 เป็นปีที่ผมภูมิใจมากที่สุด เพราะได้รับตำแหน่งสุดท้าย เป็นตำแหน่งผู้พัน ของกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 1 คือทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ เนื่องจากเป็นทหาร 1 ใน 4 ของกองพันทหารมหาดเล็กรักษาดูแลพระองค์


PochNews: การได้เป็นทหารพระองค์เป็นอย่างไร?

พ.อ.พัชร: ทหารรักษาพระองค์มีอยู่หลายกองพัน แต่ทหารมหาดเล็กที่รักษาพระองค์นั้นมีอยู่แค่ 4 กองพัน เนื่องจากว่ากรมทหารราบที่ 1 กองพันแต่ทหารมหาดเล็กที่รักษาพระองค์ถือกำเนิดมาจากรัชกาลที่ 5 จึงเป็นกรมที่เก่าแก่ที่สุดในกองทัพบก

ส่วน ทหารกองพันอื่นๆพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ท่านทรงกรุณาโปรดเกล้าให้เป็นหน่วยรักษาพะองค์ในรัชกาลปัจจุบัน ส่วนทหารรักษาพระองค์ที่เดินสวนสนามในเดือนธันวาคมของทุกปีเพื่อถวายพระ เกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็จะมีกรมเดียวที่เป็นทหารมหาดเล็กกรมราบที่1ที่รักษาพระองค์

PochNews: เหตุผลที่เพิ่งซื้อเครื่องจักรเป็นร้อยล้านเพื่อผลิต โค้ก Sleek Can ?

พ.อ.พัชร: ที่ซื้อเครื่องจักรมาไม่เพียงที่จะมาผลิต Sleek Can เท่านั้น แต่เพื่อผลิตแคนหรือกระป๋องปกติขนาด 325 มิลลิลิตรที่เราดื่มๆกันทุกๆวันที่เรามีขายกันอยู่แล้ว เพื่อให้สามารถผลิตและจำหน่ายได้เกือบทุกตัว กระทั่งขวดพลาสติกเราก็ผลิตมาร่วม10 ปีแล้วเกือบทุกขนาด

ผมเชื่อว่าทุกวิกฤติต้องมีโอกาส เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมในขณะที่คนอื่นเค้าชุลมุนวุ่นวายเมื่อมรสุมสงบแล้ว เราก็จะมีความพร้อม จะได้เข้มแข็ง ซึ่งเครื่องจักรตัวนี้จะใช้วัตถุดิบน้อยกว่าเครื่องจักรตัวอื่นๆที่อยู่ในประเทศไทยด้วย

เพื่อลดต้นทุนด้านการผลิต เพราะ

1. กระป๋องจะเล็กลง ขนาด Sleek 240 มิลิลิตร แต่ปริมาณเท่าเดิม

2. มันจะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพราะในปีหนึ่งๆซึ่งเราจะใช้วัตถุที่เป็นอลูมิเนียมน้อยลงไปถึง16% ซึ่งเยอะมาก เมื่อกระป๋องเล็กลง เราก็จะใช้อลูมิเนียมน้อยลง เป็นการประหยัดวัตถุดิบ

อีกอย่างคือ สามารถนำกะป๋องกลับไปรีไซเคิ้ลใหม่ได้ ซึ่งเราทำที่หาดทิพย์เป็นบริษัทแรกด้วยเครื่องจักรตัวนี้

นอกนั้นเป็นสินค้าที่นำเข้ามาจากต่างประเทศแทบทั้งสิ้น ทั้งนี้เพราะผู้ผลิตกระป๋องเปล่าในเมืองไทย ณ วันนี้ยังไม่สามารถผลิตกระป๋องเปล่าประเภทนี้ได้

“ผมเอากระป๋องพวกนี้มาจากมาเลเซียเพราะเขามีเครื่องจักรตัวนี้มาก่อนไทยเรา ผมเลยซื้อเครื่องจักรมาจากออสเตรียซึ่งเขาใช้กระป๋องประเภทนี้อยู่ก่อนแล้ว”



PochNews:
ความคาดหวังเรื่องพฤติกรรมผู้บริโภคของโค้กสลีกแคนให้เป็นสินค้า พรีเมียมหรือตั้งสินค้าตัวนี้ไว้แบบไหน อย่างไร?

พ.อ.พัชร: ผม หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้บริโภคจะเห็นว่านวัตกรรมทางบรรจุภัณฑ์อันนี้เป็นการ เพิ่มมูลค่าให้กับตัวสินค้า เพราะมันพกพาสะดวก เดิมเคยกระป๋องใหญ่บ้าง ซึ่งคนเคยซื้อมาแล้วดื่มไม่หมดพอเหลือแล้วก็ทิ้ง แต่ขนาดสลีกแคนเราสามารถใส่ในกระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋าเล็กๆได้ เพราะบรรจุภัณฑ์ดูทันสมัยพกพาสะดวก และเหมาะต่อการดื่มและเดินทางไปด้วยเป็นโอกาสบริโภคแบบนั้น ซึ่งเราก็จะมีแฟนต้าสลีคแคนที่จะตามมาด้วย

PochNews: การดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมของหาดทิพย์เป็นอย่างไรบ้าง?

พ.อ.พัชร: นอกเหนือจากกระป๋องที่ผมได้เรียนแล้ว เรายังใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นขวดพลาสติกหรือที่เรียกว่าPET ซึ่งเราจะใช้ขวด PET หลายขนาดและเป็นจำนวนมาก มีทั้งขวด 1.5 ลิตรหรือขวด 1.25 ลิตร 2 ลิตร

หากจะพูดภาพรวม เราเป็นบริษัทแรกในไทยที่ใช้ขวด Light weight ซึ่งขวดPET ของหาดทิพย์ไม่เหมือนของที่อื่น โดยเราจะเบากว่าสินค้าที่บรรจุ PET ในไทยทุกเจ้า จึงช่วยในการปะหยัดต้นทุนทุกการผลิต

ผล พลอยได้คือ เราได้ใช้พลาสติกน้อยลง ใช้น้ำมันน้อยลง จึงส่งให้ผลต่อภาวะโลกร้อนน้อยลงหรือดีขึ้น เพราะปีหนึ่งเราไม่รู้ว่าใช้พลาสติกไปกี่ร้อยตัน เราใช้เยอะมาก ของพลาสติก ให้คิดเป็นเปอร์เซ็นในตอนนี้คงตอบไม่ได้ แต่ของกระป๋องประมาณ16%

แต่พูดได้ว่าถ้าเป็น ขวดPET กระป๋องโค้กหรือขวดโค้กขวดสไปรท์ หรือขวด 2 ลิตร ที่มีน้ำหนัก 44 กรัม ปัจจุบันเหลือ 37 กรัม ซึ่งเป็นขวดที่เบาที่สุดในโลก ซึ่ง ณ วันนี้ทั่วโลกมีใช้กันอยู่ที่ประเทศจีนนั่นคือความภาคภูมิใจอีกอย่างหนึ่งที่เรามีส่วนรับผิดชอบต่อสังคม เพราะการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย



PochNews: ส่วนแบ่งตลาดตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ?

พ.อ.พัชร: ต้อง ยอมรับว่าส่วนแบ่งตลาดของเราลดน้อยลงไปพอสมควรทั้งโคคาโคล่า แฟนต้า สไปรส์ ไม่นับรวมถึงเครื่องดื่มที่ไม่ใช่น้ำอัดลม เช่น พวกน้ำส้มและน้ำดื่มหาดทิพย์

ซึ่งเฉพาะเครื่องดื่มน้ำอัดลมของหาดทิพย์แต่รุ่นสมัยคุณพ่อก็จะโตประมาณ80% กว่าๆ และเมื่อสิบปีที่แล้วก็เหลือประมาณ75% แต่วันนี้อยู่ที่ 63.5% อาจเพราะ

1. คู่แข่งหลักโดยตรงของเราเก่งด้านการตลาดมากขึ้น

2. มีคู่แข่งใหม่ๆ ที่เรียกว่าบีแบรนด์ เกิดขึ้นด้วย ทั้งมีการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นพลาสติกหรือขวด PET ที่คล้ายคลึงสินค้าเรา ป้าย,ลาเบล,สี หรือ ชื่อที่ใช้ก็คล้ายคลึงกับเรา แล้วยังขายราคาถูกมากอีก พวกนี้ได้ส่วนแบ่งทางการตลาดเยอะ

นี่ทำให้ช่วง10 ปีที่ผ่านมา ส่วนแบ่งทางการตลาดเราลดน้อยลง โดยเฉพาะ2-3ปีที่ผ่านมาลดลงไปเยอะ จนเหลือ 63.5% แต่เราก็ยังเป็นที่ 1 ในภาคใต้และในตลาดน้ำอัดลม

แต่ พฤติกรรมผู้บริโภคยุคปัจจุบันก็มีการเปลี่ยนแปลงด้วย คนหันมาสนใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น บ้างก็กลัวเรื่องของน้ำตาล ซึ่งจริงๆแล้วถ้าถามหมอ หมอก็จะบอกว่าน้ำตาลจะให้พลังงานแก่ร่างกายด้วยเหมือนกัน...ทุกอย่าง...ไม่ ว่าเราจะบริโภคอะไรลงไป

อย่างน้ำตาลในโค้กขวดหนึ่ง ก็น้อยกว่าชาเขียว ขณะที่เราก็ยังมีทางเลือกให้กับผู้บริโภคเพราะเรามีเครื่องดื่มที่ไม่มีน้ำตาลด้วยเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นโคคาโคล่า ซีโร่ คือน้ำตาล 0%แต่รสชาติเหมือนโค้กหรือโคคาโคล่า ไลท์ ซึ่งก็ไม่มีน้ำตาลเหมือนกัน แต่มีรสชาติอีกแบบหนึ่ง และเป็นที่นิยมในยุโรป


PochNews: ใช้กลยุทธ์อะไรที่ทำให้มีส่วนแบ่งการการตลาดดีขึ้นครับ?

พ.อ.พัชร: คิดว่าเราโชคดี เพราะตลอดช่วง 40 ปีที่ผ่านมา หาดทิพย์เป็นบริษัทเล็กๆที่อยู่ในภาคใต้ บริหารงานโดยคุณพ่อ ไพโรจน์ แม้ท่านจะเป็นคนกรุงเทพ แต่ฝ่ายบริหารหรือพนักงานส่วนใหญ่เราเป็นคนใต้ทั้งสิ้น มีทั้งไทยพุทธ และไทยมุสลิม ทั้งหมดกว่า 1,500 คน ในสามจังหวัดชายแดน เราก็มีคลังสินค้าอยู่ 4 คลัง ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็เป็นพี่น้องไทยมุสลิมเราทั้งนั้น

เราอยู่มา 40 ปี เชื่อ ว่า สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราอยู่ในใจผู้บริโภคก็คือ ความรักความผูกพันธ์ที่มีต่อท้องถิ่นกับชุมชน แน่นอนที่สุดเราไม่ใช่องค์กรอิสระหรือองค์กรที่เป็นมูลนิธิ แต่นโยบายของคุณไพโรจน์นั้น เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว คือ เราอยากจะเข้าไปช่วยสังคมให้ได้มากที่สุดในฐานะที่เป็นบริษัทเล็กๆ อย่างเต็มความสามารถ ไม่ว่าจะด้านการศึกษา กีฬา ด้านวัฒนธรรมและยังให้ความช่วยเหลือกับผู้ที่ด้อยโอกาสที่อยู่ในภาคใต้

จะเห็นได้ว่าหาดทิพย์เรามีทั้งหมด 40 สาขา และได้ทำกิจกรรมทุกวัน แม้ภาคใต้จะโชคร้ายมีภัยพิบัติทุกปี เช่น เรื่องน้ำท่วม เราก็ช่วยประชาชนที่ประสบภัยทุกปี ไม่ใช่ทำเพราะมีใครสั่ง แต่เพราะอยากทำ เราผูกพันธ์กับชาวบ้าน ถ้าเขาอยู่ได้เราก็อยู่ได้

เราทราบดีว่า ที่เราอยู่มาได้จนทุกวันนี้ ด้วยเพราะความช่วยเหลือจุนเจือของสังคมคนใต้ และที่ภูมิใจมาก คือ พนักงานทุกคนรู้ว่าหาดทิพย์เป็นส่วนหนึ่งของภาคใต้ นี้คือความภาคภูมิใจที่เราทำมากว่า 40 ปี

ซึ่งช่วงสึนามิ เราก็ปิดบริษัทและร่วมกับห้างแม็คโคร นำสินค้าที่มีอยู่ไปช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อน แพ็กถุงยังชีพและโลงศพ ไปช่วยชาวบ้านที่เขาหลัก ภูเก็ต โดยผู้บริหารทั้งหมดไปกำกับคอยช่วยเหลือแจกจ่ายประชาชนที่ประสบภัย



PochNews: รางวัล TSEA 2008 ที่ได้รับ มีที่มาอย่างไรครับ?

พ.อ.พัชร: รางวัลนี้มีการประกวดอยู่ทุกๆปี ประกวดกัน 6 ประเทศ ในแถบภูมิภาคนี้ เช่น ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ กัมพูชา อินโดนิเซีย เวียดนาม ซึ่งมีโรงงานที่ผลิตโคคาโคล่าหรือสินค้าของโคคาโคล่าทั้งหมด 33 โรงงาน โดยจะวัดในเรื่องของคุณภาพของสินค้า บรรจุภัณฑ์ วิธีการทำงานที่สามารถนำมาเป็นตัวอย่างได้และอื่นๆอีกมาก ซึ่งเขามีตัววัดที่แน่นอน มีกรรมการกลางที่มีความชัดเจน โดยไปวัดทั้ง 33 โรงานทั่ว 6 ประเทศในภูมิภาค

เราโชคดีที่ได้รางวัลนี้มาเมื่อปีที่แล้ว ได้รางวัลที่ 1 ก็ต้องขอบคุณทีมงานทุกคนตั้งแต่ยามจนถึงผู้บริหาร

คาดหวังอีกอย่างคือ ต้องการให้บริษัทได้มาตรฐานในระดับสากล มีการทำงานที่เป็นระบบและเป็นทีมเวิอส์ค เป็นโรงงานที่มีความเป็นสากลของภาคใต้ เป็นที่ยอมรับของคนทุกชาติ

PochNews: เป้าหมายที่คุณอยากเห็นของกลุ่มหาดทิพย์?

พ.อ.พัชร: ผมอยากเห็นการดำรงอยู่เป็นที่ 1 ในธุรกิจเครื่องดื่มในภาคใต้ต่อไป โดยมีส่วนแบ่งการตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการต้อนรับที่ดีของผู้บริโภค ซึ่งเราก็ต้องทำงานอย่างใกล้ชิดทั้งบริษัทโคคาโคล่าไทยแลนด์ และหาดทิพย์ในเรื่องของการตลาด

ตอนนี้ต้องให้รอดจากวิกฤติเศรษฐกิจตกต่ำให้ได้ก่อน(หัวเราะ)...ผมว่ามันหนักกว่าตุ้มยำกุ้งเยอะ เพราะตอนนั้นไทยจน...ฝรั่งรวย แต่ตอนนี้มันจนกันทั่วโลก หนักจริงๆ ผมมีพนักงานอยู่ 1,500 ชีวิตไม่นับครอบครัวที่จะต้องดูแลอีก

ระยะสั้นคือต้องอยู่รอดและคิดหวังว่า เมื่อฟ้าหลังฝนแล้วหาดทิพย์จะออกมาแล้วเข้มแข็งกว่าเดิม

ในการดูแลส่วนใหญ่ผมก็ต้องอยู่กรุงเทพฯ เพราะโคคาโคล่าไทยแลนด์อยู่ที่กรุงเทพแต่ก็ต้องไปที่ภาคใต้บ้างเพราะหาดทิพย์อยู่ที่นั่น

ซึ่งตอนนี้หาดทิพย์ของเราก็เป็นทีมที่เข้มแข็ง มีความสามัคคี จุดแข็งของโค้ก คือ ทีมงานที่สามัคคี และไปในทิศทางเดียวกัน


PochNews:
สิ่งที่อยากฝาก?

พ.อ.พัชร: อยากฝากตัวและผลิตภัณฑ์ไว้กับคนใต้ เพราะตัวผมเองไม่ใช่คนใต้ คุณพ่อบอกผมตั้งแต่เด็กๆว่าคนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นได้หรือเลือกที่จะตายได้ จากความผูกพันธ์กับคนใต้ ผมรู้ว่าคนใต้รักใครแล้วก็จะรักไปจนตาย เขาจะไม่ทิ้งเรา นี้คือคำที่ ผมจะฝากเรียนไปถึงพี่น้องคนใต้

นี่คือ เบื้องหลัง เบื้องลึก และที่มาที่ไป ของเครื่องดื่มที่เลื่องชื่อที่รู้จักกันภายใต้ผลิตภัณฑ์ โคคา โคล่า แฟนต้า สไปรต์ ที่อยู่คู่เมืองไทย และภาคใต้ มายาวนานของกลุ่มบริษัท หาดทิพย์(มหาชน) จำกัด

ที่บัญชาการรบ-ดำเนินบริหารจัดการโดย ผู้พันดอลล่าร์- พ.อ. พัชร รัตตกุล ที่สืบสายเลือดรับช่วงต่อใน Generation ที่สอง อย่างคร่ำหวอดและเชี่ยวชาญ...ที่หาตัวจับยากคนหนึ่งของวงการที่น่าจับตายิ่ง!!

ประวัติพันเอก(พิเศษ) พัชร รัตตกุล

ยศ : พันเอก (พิเศษ) ชื่อ พัชร รัตตกุล

ตำแหน่ง : นายทหารปฏิบัติการประจำกองบัญชาการกองทัพไทย

หมายเลขประจำตัว : ๑๒๖๓๓๑๖๗๙๗

วัน เดือน ปี เกิด : ตุลาคม ๒๕๐๕

บิดา : ร้อยตรีไพโรจน์ รัตตกุล

มารดา : นางประพันธ์ศรี รัตตกุล

บ้านพัก : ๓๖ ซอยเศรษฐบุตร (สุขุมวิท ๖๑) แขวงพระโขนง เขตพระโขนง กรุงเทพฯ

สถานที่ทำงาน : มณฑลทหารบกที่ ๑๑ ถนนพระราม ๕ เขตดุสิต กรุงเทพฯ ๑๐๓๓๐


วุฒิการศึกษาก่อนเข้ารับราชการ

- รร.สาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

- Loretto School สกอตแลนด์ สหราชอาณาจักร

วุฒิการศึกษาเมื่อเข้ารับราชการแล้ว

- รร.นายร้อยทหารบกแซนเฮิสท์ (Royal Military Academy Sandhurst) สหราชอาณาจักร

- ปริญญาตรี ปรัชญา การเมืองและเศรษฐศาสตร์ St John’s College มหาวิทยาลัย Oxford สหราชอาณาจักร

- ปริญญาโท ปรัชญา การเมืองและเศรษฐศาสตร์ St John’s College มหาวิทยาลัย Oxford สหราชอาณาจักร

- หลักสูตรชั้นนายร้อย โรงเรียนทหารราบ ศูนย์การทหารราบ รุ่นที่ ๗๘

- หลักสูตรชั้นนายพัน โรงเรียนทหารราบ ศูนย์การทหารราบ รุ่นที่ ๕๔

- หลักสูตรหลักประจำ โรงเรียนเสนาธิการทหารบก ชุดที่ ๗๓

ตำแหน่งราชการสำคัญ

- พ.ศ. ๒๕๒๖ ผู้บังคับหมวดปืนเล็ก กองร้อยอาวุธเบา กองพันทหารราบที่ กรมทหารราบที่ มหาดเล็กรักษาพระองค์ฯ

- พ.ศ. ๒๕๓๑ รองผู้บังคับกองร้อย กองร้อยอาวุธเบา กองพันทหารราบที่ ๒ กรมทหารราบที่ มหาดเล็กรักษาพระองค์ฯ

- พ.ศ. ๒๕๓๒ นายทหารคนสนิท ผู้บัญชาการกองพลที่ รักษาพระองค์

- พ.ศ. ๒๕๓๔ ผู้บังคับกองร้อยอาวุธเบา กองพันทหารราบที่ ๒ กรมทหารราบที่ มหาดเล็กรักษาพระองค์ฯ

- พ.ศ. ๒๕๓๕ อาจารย์โรงเรียนศูนย์สงครามพิเศษ

- พ.ศ. ๒๕๓๗ ประจำโรงเรียนเสนาธิการทหารบก สถาบันวิชาการทหารบกชั้นสูง

- พ.ศ. ๒๕๓๘ ผู้ช่วยหัวหน้าฝ่ายยุทธการ กองพลที่ รักษาพระองค์

- พ.ศ. ๒๕๓๙ รองผู้บังคับกองพัน กองพันทหารราบที่ ๒ กรมทหารราบที่ มหาดเล็กรักษาพระองค์ฯ

- พ.ศ.๒๕๔๑ รองผู้บังคับกองพัน กองพันทหารราบที่ ๓ กรมทหารราบที่ มหาดเล็กรักษาพระองค์ฯ

- พ.ศ. ๒๕๔๒ นายทหารประจำผู้บังคับบัญชา

- พ.ศ. ๒๕๔๓ ผู้บังคับกองพัน กองพันทหารราบที่ ๓ กรมทหารราบที่ มหาดเล็กรักษาพระองค์ฯ

- พ.ศ. ๒๕๔๖ ฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา

- พ.ศ. ๒๕๔๗ ประจำ มทบ.๑๑

- พ.ศ.๒๕๔๙ ประจำ นทพ. กองบัญชาการทหารสูงสุด

- พ.ศ.๒๕๕๐ นายทหารปฏิบัติการประจำกองบัญชาการกองทัพไทย


ราชการสนาม

- พ.ศ. ๒๕๒๖ ปฏิบัติหน้าที่ตามแผนป้องกันประเทศ อำเภอตาพะยา จังหวัดปราจีนบุรี

- พ.ศ. ๒๕๔๔ ปฏิบัติหน้าที่ตามแผนป้องกันประเทศ จังหวัดประจวบคีรีขันธุ์

ตำแหน่งราชการพิเศษ

- พ.ศ. ๒๕๓๙ ราชองครักษ์เวร - มิถุนายน ๒๕๕๒


เครื่องราชอิสริยาภรณ์

- เหรียญพิทักษ์เสรีชน ชั้นที่ พ.ศ. ๒๕๒๙

- เหรียญราชการชายแดน พ.ศ. ๒๕๓๒

- จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก พ.ศ. ๒๕๓๔

- ตริตาภรณ์มงกุฏไทย พ.ศ. ๒๕๓๘

- เหรียญจักรมาลา พ.ศ. ๒๕๔๓

- ตริตาภรณ์ช้างเผือก พ.ศ. ๒๕๔๔

ประสบการณ์ทำงานนอกราชการ

- ที่ปรึกษา บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) (พ.ศ. ๒๕๔๖ ปัจจุบัน)

- กรรมการมูลนิธิพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ มหาวิทยาลัยทักษิณ (พ.ศ. ๒๕๔๘ - ปัจจุบัน)

Training

- The Executive Development Program ( 25 เมษายน – 4 พฤษภาคม 2548 ) (Gordon Institute of Business Science (GIBS) , Johannesburg )

- The Revenue Growth Management (สิงหาคม 2548 ) (Key strategic priority in the Coca – Cola system worldwide)



http://www.pochnews.com/news/interview/6104.htm

1 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ9 กุมภาพันธ์ 2553 04:10

    วันนี้ไปสมัครงานกับบ.หาดทิพค่ะอยากทำมากอยากให้โทรกลับเรียกสัมภาษจังเลยค่ะ ภัทรภา เลี่ยนกัตวา(0847475999)สมัครตำแหน่งหัวน้าหน่วยการตลาดค่ะ

    ตอบลบ

อารายเหรอ