วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2553

“ทด เวลาหลับ” เคล็ดไม่ลับฉบับ “บอลโลก”



พญ.เรขา กลลดาเรืองไกร


เปิดสนามมาได้กว่า 1 สัปดาห์ สำหรับฟุตบอลโลก 2010 ช่วงนี้ หลายคนอาจจะเห็นบรรยากาศในที่ทำงาน หรือแม้กระทั่งในห้องเรียนที่คล้ายๆ กัน กล่าวคือ เหลียวซ้ายไปก็เห็นคนหาว เหลียวขวามาก็เจอคนฟุบหลับสัปหงก อนุมานเอาจากช่วงเวลาได้ว่า บรรดาผู้ที่กำลังง่วงเหงาหาวนอนเหล่านี้ น่าจะเป็นเหล่าคอบอลที่ยอมอดตาหลับขับตานอน รอเชียร์ทีมโปรดของตัวเอง






และ แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าการนอนดึกเป็นสิ่งที่บ่อนทำลายสุขภาพ แต่เหล่ามิตรรักลูกหนังต่างก็โอดเป็นเสียงเดียวกันว่า 4 ปีจะมีสักหน บิ๊กแมตช์ขนาดนี้ ถึงง่วงก็ต้องยอม! งานนี้ “พญ.เรขา กลลดาเรืองไกร” จิตแพทย์คนเก่งจาก รพ.กล้วยน้ำไท 1 จึงได้แวะเอาเคล็ดลับวิธีการ “ทดเวลาหลับ” หรือเคล็ดไม่ลับการนอนชดเชยช่วงเวลาที่อดนอนระหว่างบอลโลกมาฝากกัน

“คน เราควรจะนอนตอนกลางคืน แล้วตื่นเช้า แต่หากทำสลับกันจะทำให้ต่อมไพเนียล เริ่มสร้างฮอร์โมนไม่สม่ำเสมอ ทำให้อารมณ์แปรปรวน ไม่มีสมาธิ สมองและระบบประสาททำงานได้ไม่เต็มที่ การสั่งงานของสมองช้า การทำงานประสานระหว่างมือ และตา อาการจะเหมือนกับผู้ที่ได้รับสารพิษ ทำให้เกิดอันตรายในการขับรถ นอกจากนี้ยังทำให้ขี้กังวล ไตทำงานหนักขึ้น ท้องผูก ภูมิต้านทานต่ำ ป่วยง่ายขึ้น และหายช้าลง”





แพทย์ ผู้เชี่ยวชาญรายนี้อธิบายเพิ่มเติมว่า การนอนของคนเรานั้นเป็นรอบ (Sleeping Cycle) ซึ่ง 1 รอบกินระยะเวลาประมาณ 90-110 นาที ซึ่งไม่เท่ากันในแต่ละคน และแต่ละวันก็แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับกิจกรรมในวันนั้น และสิ่งที่ได้รับ เช่น การดื่มกาแฟ แอลกอฮอลล์ การออกกำลังกาย และความเครียด

“การ นอนช่วงดูบอลโลก ควรจะนอนให้ครบรอบการนอน เช่น ถ้าวันนี้จะต้องตื่นตี 1 ก็ควรนอนหลับไปให้ครบ 1 รอบก่อน แล้วค่อยนอนอีกครั้งเมื่อดูบอลจบตอนประมาณตี 3 แต่ถ้านอนหลายรอบการนอนมากเกินไปก่อนตื่นขึ้นมาดูบอล อาจส่งผลให้นอนไม่หลับเมื่อดูบอลจบ แนวทางคร่าว ๆ ในการนอนที่ทำให้รู้สึกอ่อนเพลียน้อยที่สุดในช่วงดูบอลโลก คือถ้าต้องการดูแมตช์ช่วงตี 1 อาจจะเข้านอนตอน 5 ทุ่ม - 5 ทุ่มครึ่ง แล้วตั้งนาฬิกาปลุกไว้เพื่อตื่นขึ้นมาดูฟุตบอลตอนตี 1 แล้วค่อยนอนต่อตอนตี 3 แต่ถ้าตื่นไม่ไหวก็ ไม่ควรฝืน ควรนอนต่อเนื่องไปเลย”


แต่แม้จะแนะนำวิธีการแก้ปัญหา การอดนอนเมื่อยามจำเป็นแบบนี้ พญ.เรขา ก็ยังคงย้ำว่า การนอนแบบที่แนะนำ ก็ยังทำให้ตื่นขึ้นมาแล้วไม่สดชื่นเท่ากับการนอนต่อเนื่องตามปกติอยู่ดี ดังนั้นไม่ควรจะทำบ่อยๆ เรียกได้ว่า เอาไว้ใช้ยามฉุกเฉินที่อดนอนก็พอจะได้



“การนอนแบบนี้ไม่ได้ทำให้สดชื่นในตอนเช้า ดังนั้น จึงควรหาเวลางีบหลับในตอนกลางวัน สักประมาณ 30 นาที - 1 ชั่วโมง บ้าง ก็จะช่วยลดความอ่อนล้า และง่วงนอนได้ ที่สำคัญ ควรนอนให้มีคุณภาพ หลับให้สนิท ห้องนอนต้องมืดสนิท อากาศถ่ายเทได้ดี ไม่มีกลิ่นอับชื้น ไม่ควรฟังวิทยุ หรือเปิดทีวีทิ้งไว้ เนื่องจากจะทำให้สมองตื่นตัว และนอนในห้องนอนที่อุณหภูมิเย็นกำลังสบาย ไม่ร้อน หรือหนาวเกินไป” พญ.เรขา ทิ้งท้าย ก่อนจะย้ำด้วยว่า วิธีดังกล่าวไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันสูง โรคหัวใจวาย ฯลฯ เพราะอาจส่งผลต่อชีวิตได้ ถ้าทำอย่างต่อเนื่อง การนอนที่ดีที่สุด คือ การหลับสนิทอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 6-8 ชั่วโมง ไม่ควรนอนด้วยวิธีดังกล่าวเป็นประจำ เพราะอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว




โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์




เทคนิคช่วยให้นอนหลับสนิท


1.ที่ นอนไม่แข็ง หรือนุ่มเกินไป สะอาด ไม่มีกลิ่นอับชื้น
2.เสื้อผ้า ที่หลวมกำลังสบาย เนื้อผ้านิ่มใส่สบาย ไม่รัด หรือทำให้ร้อนเกินไป
3.ปิด ไฟ และผ้าม่านให้ห้องมืดสนิท
4.ห้องนอนควรเป็นห้องที่เงียบสนิท ไม่มีเสียงจากรอบๆ ดังรบกวนการนอน
5.เสียงภายในห้องนอน อุปกรณ์บางอย่างในห้องนอน อาจส่งเสียงรบกวนการนอนได้ เช่น นาฬิกา เตียงนอนที่ส่งเสียงเอี๊ยดเมื่อขยับตัว เครื่องปรับอากาศ หรือพัดลมที่ดังเกินไป ฯชฯ
6.กลิ่นสะอาดสดชื่น ไม่ควรนอนในที่ที่มีกลิ่นอับชื้นหรือกลิ่นกับข้าวฟุ้งอยู่ทั่วห้อง หรือถ้าชอบกลิ่นหอมอาจใช้กลิ่นน้ำมันหอมระเหยของไทย เช่น มะลิ กระดังงา ฯลฯ
7.ควร นอนในห้องนอนที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี ทำได้ง่าย ๆ โดยการเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ให้ลมพัดผ่าน และเปิดผ้าม่านเพื่อให้แสงแดดช่วยฆ่าเชื้อโรค และช่วยแก้ปัญหากลิ่นอับชื้นได้ดี
8.ไม่ควรดื่มชา กาแฟ หรือน้ำอัดลมที่มีคาเฟอีนในช่วงเย็น เนื่องจากคาเฟอีนอาจตกต้างในร่างกายได้นานถึง 16 ชั่วโมง




1 ความคิดเห็น:

อารายเหรอ