วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2553

การค้าอวัยวะมนุษย์(Trafficking in human organs)

เป็นที่รู้กันดีเกี่ยวกับงานศัลยกรรม เสริมสวย ซึ่งทำกันตั้งแต่ปลายเท้า จรดศีรษะ แต่สิ่งที่เป็นอันดับต้นๆ ที่ผู้หญิงทำกันมากคือ การเสริมจมูก

จมูกโด่งเป็นสันตั้งตรง ปลายจมูกงอนเชิดขึ้นนิดหน่อย นี้แหละคือสุดยอดปรารถนาของผู้หญิงทุกคนบนโลกใบนี้ ดังนั้นพวกผู้หญิงที่จมูก ดั้งแหนบ ดั้งหัก จึงดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อเสริมตั้งให้จนได้

แต่การทำจมูกโด่งนั้นต่างจากการเสริมอก ซึ่งใช้ถุงซิลิโคนยัดเข้าไปภายใน ส่วนการเสริมจมูกนั้นต้องใช้กระดูกอ่อนจากซี่โครงมาเสริมภายใน

กระดูกอ่อนที่จะนำมาเสริมดั้งก็มีอยู่ 2 แห่งที่หาได้ คือส่วนใบหู และกระดูกซี่โครง เพราะปิดบังบาดแผลได้

แต่ ถ้าคนเสริมจมูก เป็นคนมีเงิน ส่วนใหญ่มักไม่ยอมให้หมอใช้ซี่โครงตัวเองให้ตัวเจ็บซ้ำสอง หมดจึงจำเป็นต้องเสาะหาโครงกระดูกอ่อนจากที่อื่นๆ

การหาจากแหล่งอื่น ก็มีอยู่ 2 ทางเท่านั้น คือจากศพบริจาคเพื่อประโยชน์การศึกษาวิชาแพทย์และจากศพลักขโมยมา

ในประเทศจีนหรือบางประเทศสามารถหาอวัยวะได้ จากนักโทษประหารและอีกหลายแหล่ง ยกตัวอย่างเช่น พอล ลี ได้รับตับจากนักโทษประหารชาวจีนคนหนึ่ง กอรอมในอียิปต์หาไตให้น้องสาวได้ในราคา 5,300 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ฮากาน ชาวเมืองอิสตันบุล โพสประกาศขายไต 1 ข้างในอินเทอร์เน็ต สนนราคา 30,700 ดอลลาร์

ปัจจุบันนี้การที่ ประเทศร่ำรวยขาดแคลนอวัยวะบริจาคอย่างหนักทำให้ชาวต่าง ชาติและผู้ป่วยโรคร้ายระยะสุดท้ายพากันเดินทางมายังประเทศที่ยากจนกว่า เช่น จีน ปากีสถาน ตุรกี อียิปต์ โคลอมเบีย และฟิลิปปินส์ เพื่อหาซื้ออวัยวะใหม่ต่อชีวิต

ลี หัวหน้าช่างเทคนิคของรถไฟใต้ดินในฮ่องกง วัย 53 ปี ทราบผลวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งตับเมื่อเดือนมกราคม ปี 2005 แต่คณะแพทย์ไม่ยอมปลูกถ่ายอวัยวะให้ลี เพราะเกรงว่าเนื้อร้ายจะแพร่กระจายไป ส่วนอื่นของร่างกาย

ต่อมา เพื่อนคนหนึ่งบอกลี ว่า มีโรงพยาบาลที่รับปลูกถ่ายอวัยวะตั้งอยู่ที่เมืองเทียนจิน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ลีจึงเดินทางไปที่นั่น ในเดือนเมษายน ปีเดียวกัน ลีจ่ายเงินไป 260,000 หยวน หรือราว 34,380 ดอลลาร์ เพื่อเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะที่ช่วยต่อชีวิต

ลี เล่าว่า โรงพยาบาลแห่งนี้ติดต่อกับนักโทษมากมายไตใหม่ของผมได้มาจากนักโทษประหารคนหนึ่งจากมณฑลเฮยหลง เจียง ผมขอขอบคุณนักโทษผู้บริจาคไตอย่างสุดซึ้ง

แต่ลีหารู้ไม่ว่าอวัยวะ เหล่านี้มาจากใครจากศพไหน หมอย่อมไม่ยอมบอกแน่นอน คนไข้ก็ไม่รู้เหมือนกัน นี่แหละจึงเป็นมาของ ฆ่า ชิงอวัยวะภายใน


การ ค้าอวัยวะมนุษย์(
Trafficking in human organs)

การกระทำความผิดฐานค้าอวัยวะมนุษย์ (trafficking in human organs) นับว่าเป็นปัญหา อาชญากรรมหนึ่งที่ได้เกิดขึ้นใหม่ในประเทศต่างๆทั่วโลกซึ่งจะต้องเผชิญหน้า และ ร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาดังกล่าวนอกเหนือจะเกิดขึ้นภายในประเทศต่างๆแล้วยังมีแนวโน้มที่จะเกิด ขึ้นในลักษณะข้ามชาติ หรือเกิดขึ้นระหว่างประเทศมากขึ้น การค้าอวัยวะมนุษย์ เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อความรู้สึกของคนในสังคม ขัดต่อหลักศาสนา รวมทั้งกระทบต่อศีลธรรมของมนุษยชาติ ซึ่งกฎหมายในบางประเทศได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าวจึงได้มีการ กำหนดห้ามมิให้มีพฤติกรรมดังกล่าวขึ้นในสังคม โดยกำหนดให้การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดในทางอาญา

ปัจจุบัน สภาพสังคมในทุกประเทศทั่วโลกได้มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ทั้งในด้านเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ การแพทย์ และเทคโนโลยี รวมไปถึงรูปแบบของอาชญากรรมที่ได้เกิดขึ้นใหม่ในประเทศต่างๆ ซึ่งการกระทำความผิดฐานค้าอวัยวะมนุษย์ (trafficking in human organs) นับว่าเป็นปัญหา อาชญากรรมหนึ่งที่ได้เกิดขึ้นใหม่ในประเทศต่างๆทั่วโลกซึ่งจะต้องเผชิญหน้า และ ร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาดังกล่าวนอกเหนือจะเกิดขึ้นภายในประเทศต่างๆแล้วยังมีแนวโน้มที่จะเกิด ขึ้นในลักษณะข้ามชาติ หรือเกิดขึ้นระหว่างประเทศมากขึ้น การค้าอวัยวะมนุษย์ เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อความรู้สึกของคนในสังคม ขัด ต่อหลักศาสนา รวมทั้งกระทบต่อศีลธรรมของมนุษยชาติ ซึ่งกฎหมายในบางประเทศได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าวจึงได้มีการ กำหนดห้ามมิให้มีพฤติกรรมดังกล่าวขึ้นในสังคม โดยกำหนดให้การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดในทางอาญา ซึ่งโดยลักษณะหรือรูปแบบของการได้มาซึ่งอวัยวะมนุษย์นั้น อาจเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบแตกต่างกันออกไป เช่น จากการนำอวัยวะมาจากศพ จากบุคคลที่ยากจนที่ประสงค์จะขายอวัยวะของตนเอง หรือบางกรณีอาจจะนำอวัยวะมาจากเด็กซึ่งถูกซื้อขาย (child trade) โดยอวัยวะดังกล่าวที่ได้มานั้นส่วน ใหญ่แล้วจะนำมาเพื่อใช้การผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ(organ transplant operation) ให้กับบุคคลที่ร่ำ รวยหรือมีฐานะในสังคมที่มีปัญหาด้านสุขภาพ แต่อย่างไรก็ดี สถิติหรือข้อมูลของการกระทำความผิดดังกล่าวในแต่ละประเทศ ยังไม่ความชัดเจนในตัวเลข หรือทางสถิติ เนื่องจากการขาดข้อมูลจากเหยื่อหลายรายที่เกรงกลัวที่จะได้รับอันตราย หรือสูญเสียรายได้ จากการที่จะออกมาเปิดเผยข้อเท็จจริง รวมไปถึงในบางประเทศปัญหาดังกล่าวยังไม่ได้รับการตระหนักจากภาครัฐอย่าง เพียงพอเพราะอาจเห็นว่าการซื้อขายเกิดขึ้นจากความสมัครใจ รวมทั้งมิได้กำหนดให้เป็นความผิดทางอาญา


ตลาดค้าอวัยวะผุดขึ้นมากมายในหลายประเทศทั่วโลก ดึงดูด
ลูกค้าจากชาติร่ำรวยที่กระเสือกกระสน หาทางต่อชีวิต ขณะที่ประชากรจำนวนมากในประเทศยากจนผันตัวเองมาเป็นพ่อค้าขายชิ้นส่วนในร่าง กาย เพื่อเลี้ยงชีพเลี้ยงครอบครัว ถือเป็นวิธีหาเงินที่บางครั้งอาจต้องแลกด้วยชีวิต เพราะบ่อยครั้งที่ไม่ได้รับการเหลียวแลจากทั้งแพทย์และผู้รอรับอวัยวะ นอกจากนั้นยังมีประชาชนอีกส่วนหนึ่งตกเป็นเหยื่อโจรในคราบหมอสุดชั่ว เข้าพบแพทย์หวังตรวจสุขภาพแต่กลับถูกปล้นอวัยวะ

การซื้อขายอวัยวะมนุษย์นั้น เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายในหลายประเทศทั่วโลก แต่กระนั้นก็ยังมีการขายอวัยวะมนุษย์อย่างเอิกเกริกทั่วไป และมีแนวโน้มวิธีการซับซ้อนและรุนแรงมากยิ่งขึ้นทุกที ซึ่งล่าสุดมีแก๊งมาเฟียลงทุนสังหารมนุษย์เป็นๆ เพื่อล้วงควักอวัยวะภายในไปขายอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายกันแล้ว

แก๊งจำพวกนี้มีหลายประเทศเลยไม่ว่าจะเป็น จีน, รัสเซีย, อินเดีย, ตุรกี, บราซิล แอฟริกา รวมทั้งประเทศไทยด้วย ที่รัสเซียเรียกว่า ออแกนนิแซ็ทยา(Organisatzya) ซึ่งทำหน้าที่ลักพาตัวเด็กๆ เร่รอนตามท้องถนนในเมืองใหญ่ๆ มาฆ่าและควักอวัยวะภายในมาค้าขาย โดยอวัยวะที่ว่าก็มีตับ ไต แก้วตา ผิวหนัง ต่อมปิตูอิตารี่ และไขกระดูกเป็นต้น ในรัสเซียนั้นมีสถานรับซื้อเหล่านี้มากมายชนิดเรียกว่าเปิดแบบโจ๋มครึ่ม

ส่วนคาซัคสถานและยูเครน เด็กเร่ร่อนจะถูกสังหารอย่างทารุฯเพื่อเอาแต่เครื่องใน โดยไม่มีใครใส่ใจว่า เด็กเหล่านั้นหายไปไหน?

ส่วนในจีนแย่กว่านั้นเพราะการค้าขายอวัยวะ มนุษย์นั้นกำลังเป็นปัญหาใหญ่ของรัฐบาล จากสถิตเก่าๆ พบว่านักโทษประหารจีนราว 2000 คนจะถูกควักอวัยวะภายในไปขาย โดยส่วนมากจะเป็นไตถึง 90 เปอร์เซ็นต์ส่วนราคาซื้อขายบอกว่าคุ้มที่จะเสี่ยงครับ อย่างแก้วตาของนักตายนั้นตีเป็นเงิน 350,000 บาท, ไตราคาสูงถึง 1,400,000 บาท ตับ 2,800,000 บาท นี้ไม่รวมค่าเปลี่ยนอวัยวะที่ราคาสูงกว่าสองล้านบาท

ที่ผ่านมา ทางการจีนสั่งห้ามการซื้อขายอวัยวะมนุษย์ รวมถึงจำกัดการปลูกถ่ายอวัยวะให้กับชาวต่างชาติ โดยอ้างว่าต้องปลูกถ่ายให้กับชาวจีนที่ต้องการอวัยวะปีละ 2 ล้านชิ้นเสีย ก่อน หากยังมีอวัยวะเหลือจึงค่อยปลูกถ่ายให้กับชาวต่างชาติ

ในแต่ละปีมีการปลูกถ่าย อวัยวะที่จีนเพียง 20,000 ราย ในจำนวนนี้ เป็นการปลูกถ่ายตับ 3,000 ราย และ 95% ใช้ตับจากผู้บริจาคที่เสียชีวิตแล้ว

จีน ยืนยันว่า การใช้อวัยวะจากนักโทษที่ถูกประหารชีวิตแล้วสามารถกระทำได้ เนื่องจากได้รับการยินยอมจากตัวนักโทษหรือครอบครัวของนักโทษ ทั้งนี้ การปลูกถ่ายโดยใช้ตับของผู้บริจาคที่เสียชีวิตแล้ว สนนราคาราว 33,000 ดอลลาร์ ที่จีน


นอกจากจีนแล้ว ประเทศที่โจมตีในความไม่โปร่งใสในเรื่องการผ่าตัดเปลี่ยนอวยวะก็คือ ประเทศอิสราเอล แม้ว่ากฎหมายของอิสราเอลจะถือว่าการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะภายในนั้นเป็นเรื่อง ผิดกฎหมาย แต่การเปลี่ยนถ่ายจากญาติใกล้ชิดหรือผู้มีสายพันธุกรรมเดียวกันกับคนไข้ถือ ว่าเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ แต่กระนั้นก็มีคนออกนอกประเทศเพื่อผ่าตัดเพื่อเลี่ยงกฎหมายบ่อยๆ

ตุรกีถือว่าเป็นอีกดินแดนหนึ่งที่มีการค้า อวัยวะภายในภายใต้มาเฟียเป็นผู้ดำเนินการ โดยเฉพาะการเกิดแผ่นดินไหวบริเวณตะวันตกเฉียงเหนือของตุรกีที่เมืองกินาซิ เด็กหนุ่มสาว 12-14 ปีจะถูกควักเอาอวัยวะภายใน ทั้งๆ ที่พวกเขาเหล่านั้นไม่ได้ตายจากแผ่นดินไหว

สำหรับลูกค้าที่มาซื้ออวัยวะเหล่านั้นจะ เป็นพวกคนรวยๆ ที่กำลังต้องการปลูกถ่ายอวัยวะหรือพวกคนดังอยากเสริมสวย ซึ่งมีเงินพอที่จะสามารถจ่ายเป็นค่าอวยวะเหล่านี้ได้ทั้งสิ้น โดนแพทย์ที่ไร้ศิลธรรมก็พร้อมลงมีดและตัดต่ออวัยวะใหม่เข้าสู่ร่างกายคนมี เงินเหล่านั้นอย่างเต็มใจหากมีเม็ดเงินไหลเข้ามา

ปากีสถานซึ่งไม่มีกฎหมายห้ามการค้าอวัยวะ มนุษย์นั้น กำลังกลายเป็นตลาดใหญ่ค้าไต ทั้งนี้ เป็นไปตามคำกล่าวของจาฟฟาร์ นักวี ซีอีโอของมูลนิธิไตแห่งปากีสถาน

ทั้งนี้ ไม่มีการยืนยันจำนวนชาวต่างชาติที่เดินทางมาปากีสถานเพื่อหาไตใหม่ แต่นักวีกล่าวว่า เฉพาะแค่ที่เมืองลาฮอร์ ก็มีศูนย์ถึง 13 แห่งที่รายงานว่ารับปลูกถ่ายไตที่ ลูกค้าซื้อมา 2,000 ราย เมื่อปีที่แล้ว

นักวี กล่าวว่า คนไข้ซึ่งเกือบทั้งหมดมาจากยุโรป ซาอุดีอาระเบีย และอินเดีย จ่ายเงินราว 500,000 รูปี หรือประมาณ 8,500 ดอลลาร์ เพื่อซื้อไตใหม่ ขณะที่ผู้ขายไตจะได้รับเงินเพียง 300-1,000 ดอลลาร์ อีกทั้งบ่อยครั้งก็ไม่ได้รับการดูแลรักษาทางการแพทย์หลังเข้ารับการผ่าตัด

ในบางครั้ง เจ้าของก็ไม่ยินยอมสมัครใจมอบไตแต่อย่างใด โดยเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้ 9 คน ในจำนวนนี้มี 4 คนเป็นแพทย์ ทั้งหมดร่วมกันลักพาตัวเหยื่อ วางยาแล้วจึงขโมยไตของเหยื่อเพื่อนำไปใช้ปลูกถ่ายอวัยวะ

ทางการเตรียมออกร่าง กฎหมายที่มุ่งห้ามการค้าอวัยวะ แต่กลุ่มล็อบบี้ยิสต์ที่มีอิทธิพลก็พยายามล็อบบี้ให้กฎหมายยังคงมีมาตราที่ อนุญาตให้มีการบริจาคอวัยวะให้แก่ผู้ที่ไม่ใช่ญาติ ตราบใดที่ไม่ต้องจ่ายเงินตอบแทนผู้ให้นักวีกล่าวว่า หากมีมาตราดังกล่าว ก็จะยังคงมีผู้ลักลอบจ่ายเงินเพื่อซื้ออวัยวะ

แค่ 15 วันก็ซื้อไตได้แล้ว

เรื่องราวของผู้คนที่ เร่ขายอวัยวะโดยเฉพาะอย่างยิ่งไต ไม่ใช่เรื่องวิปริตผิดปกติแต่อย่างใดในอียิปต์ เพราะ 30% ของประชากรมากกว่า 73 ล้านคนยังมีฐานะยากจน

กอรอม ผู้ที่ไม่เปิดเผยนามสกุล เพราะการค้าอวัยวะเป็นธุรกิจผิดกฎหมายในอียิปต์ กล่าวว่า ตนใช้เวลาเพียง 15 วัน ในการหาซื้อไตใหม่ให้น้องสาวที่มีอาการไตวาย กอรอมกล่าวว่าแพทย์พบชายคนหนึ่งที่ยินดีขายไตข้างหนึ่งในราคา 30,000 ปอนด์อียิปต์ หรือ 5,300 ดอลลาร์

กอรอม กล่าวว่า แพทย์ได้ค่าเหนื่อย 5,000 ปอนด์อียิปต์ โดยค่าเหนื่อยของแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลจะหักจากเงินที่ผู้ขายอวัยวะได้ รับ

ชายผู้นี้ กล่าวว่า บ่อยครั้งที่แพทย์จะช่วยหาผู้ที่เต็มใจขายอวัยวะโดยดูจากรายชื่อคนไข้ของ แพทย์

อับเดล กาเดร์ เฮกาซี ประธานคณะกรรมธิการด้านวินัยของสหภาพแพทย์ กล่าวว่า กฎหมายอียิปต์ไม่มีมาตรการลงโทษที่ชัดเจนต่อแพทย์ที่พัวพันกับการปลูกถ่าย อวัยวะที่ผิดกฎหมาย เปิดช่องให้แพทย์กลับมาทำความผิดซ้ำๆ ซากๆ

กฎหมายบอกว่า การค้าอวัยวะผิดกฎหมายแต่กลับไม่ระบุมาตรการลงโทษที่ชัดเจน พวกเราที่เป็นสหภาพสั่งพักงานแพทย์หลายคนรวมทั้งยึดใบประกอบโรคศิลป์ แต่แพทย์เหล่านั้นก็ยื่นฟ้องต่อศาล ชนะคดีแล้วก็ได้ใบประกอบโรคศิลป์คืนเฮกาซี กล่าว

สหภาพแพทย์พยายามผลัก ดันให้รัฐบาลออกกฎหมายควบคุมการปลูกถ่ายอวัยวะ ในร่างกฎหมายฉบับนี้มีทั้งโทษปรับอย่างหนัก และการสั่งจำคุกผู้ที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังสั่งห้ามมิให้ปลูกถ่ายอวัยวะระหว่างคนที่มีสัญชาติต่างกัน

ทว่า ร่างกฎหมายยังติดค้างอยู่ในรัฐสภามานานหลายปีแล้ว เนื่องจากแพทย์กับผู้นำมุสลิมอาวุโสหลายคนมีความเห็นแตกต่างกันในประเด็นที่ ว่าศาสนาอิสลามอนุญาตให้ปลูกถ่ายอวัยวะในกรณีที่ผู้ให้เสียชีวิตจากการเจ็บ ป่วยหรือไม่


อีกวิธีการขายอวัยวะอีกแบบคือประกาศขายในอินเทอร์เน็ต

ในตุรกี นักเรียนนักศึกษา คนตกงาน และพ่อที่ดิ้นรนหาเลี้ยงชีพ ต่างประกาศขายไตในอินเทอร์เน็ต โดยระบุทั้งอุปนิสัยการดื่ม สูบบุหรี่ รวมทั้งกรุ๊ปเลือด

พ่อค้าจำเป็นเหล่านี้ ระบุว่าได้รับคำสั่งซื้อไตจากทั้งเยอรมนี อิสราเอล และตุรกี โดยบางคนตั้งราคาไต 1 ข้าง แพงสุดที่ 50,000 ลิรา หรือราว 38,760 ดอลลาร์

ฮากาน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยวัย 27 ปี ที่อาศัยอยู่ในนครอิสตันบุล มีลูกน้อย 2 คน ฮากานเล่าให้สำนักข่าวรอยเตอร์ฟังว่า มีผู้คนจากทั้งเยอรมนีและตุรกี 5-6 คน ต้องการซื้อไตของเขา โดยเสนอราคาซื้อ 10,000-15,000 ลิรา (ราว 11,600 ดอลลาร์) แต่ฮากานตั้งราคาขายไว้ที่ 40,000 ลิรา หรือราว 30,700 ดอลลาร์

ฮากาน ยอมรับว่า การสละไตแลกเงินเป็นเรื่องที่น่ากลัว ตนไม่ยอมบอกภรรยาเพราะรู้ว่าภรรยา จะคัดค้านอย่างแน่นอน

ผมยอมทำเช่นนี้เพื่อ ครอบครัว ถ้าผมอยู่คนเดียวก็คงจะไม่เป็นไรหรอก แต่ผมมีลูกที่ต้องเลี้ยงดู 2 คน ไม่มีอะไรที่ผมจะทำเพื่อลูกๆได้อีกแล้วนอกจากขายไต

นางแนนซี สคีเปอร์-ฮิวจ์ส ผู้อำนวยการและผู้ก่อตั้ง ออร์แกน วอทช์ โครงการวิจัยทางวิชาการของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา กล่าวรายงานต่อที่ประชุมเพื่อการต่อต้านการค้ามนุษย์แห่งเวียนนา เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ ระบุว่า แพทย์และเจ้าหน้าที่แพทย์ระดับสูง รวมทั้งศัลยแพทย์มือดีเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ในเครือข่ายการค้าอวัยวะ มนุษย์ นายแพทย์บางคนถึงกับยินยอมสมคบกับกลุ่มคนชั้นต่ำสุดของสังคมอย่างเช่น เครือข่ายอาชญากร, นาย หน้าในวงการค้าอวัยวะ และบรรดาผู้แสวงหาอวัยวะที่เรียกกันว่า คิดนีย์ ฮันเตอร์ อย่างเต็มใจเพื่อแลกกับผลประโยชน์

นางสคีเปอร์-ฮิวจ์ส ระบุว่า ไม่มีทางรู้ได้แน่ชัดว่าแต่ละปีมีคนตกเป็นเหยื่อของการขายอวัยวะเป็นจำนวน เท่าใด แต่เท่าที่มีการประเมินอย่างต่ำสุด มีการลักลอบขายไตกันในแต่ละปีราว 15,000 ราย และเสริมด้วยว่าเท่าที่ศึกษาวิจัยมามีกรณีสมคบคิดกันขนานใหญ่อยู่ในหลาย ประเทศในยุโรปตะวันออก, ตุรกี, อิสราเอล, อินเดีย และสหรัฐอเมริกา โดยผู้ที่ขายอวัยวะส่วนใหญ่แล้วไม่ได้ขายเพราะถูกบังคับ แต่ขายเพราะความจำเป็นจากความต้องการเงิน ทั้งนี้นางสคีเปอร์-ฮิวจ์ส ยกตัวอย่างเช่น ในบราซิลจะมีการแข่งขันกันเพื่อให้นายหน้าเลือกตัวเองเป็นผู้ขายอวัยวะ ถึงกับแย่งกันติดสินบนนายหน้าดังกล่าวด้วยธนบัตรดอลลาร์ 10 ดอลลาร์ กันเลยทีเดียว

การค้าอวัยวะมนุษย์ตกเป็นเป้าการให้ความ สนใจในขณะนี้หลังจากมีการจับกุมชายผู้หนึ่งในอินเดียและตั้งข้อหาว่าเป็นผู้ นำเครือข่ายค้าอวัยวะข้ามชาติที่นำเหยื่อไปขายไตมาแล้วหลายร้อยราย โดยเหยื่อบางรายที่เป็นชนชั้นผู้ใช้แรงงานถูกใช้ปืนจี้เพื่อบังคับให้ยอม ขายอวัยวะของตนเองอีกด้วย (เอพี)

เมื่อต้นปีที่ผ่านมานี้เองที่กระทรวง ยุติธรรมของสหรัฐได้เปิดเผยขบวนการค้าขายสิ้นส่วนศพ ไม่น่าเชื่อว่าปัจจุบันนี้ยังไม่อยู่ไม่หายไปไหน โดยมีหลักฐานคือรูปถ่าย ของกลางชิ้นส่วนศพ ฯลฯ

ผลงานครั้งนี้เปิดเผยโดยสำนักงานอัยการแขวง บรู๊คลีน มหานครนิวยอร์ก

ของกลางที่นำมาแสดงได้มาจากการจับกุมผู้ทำ ความผิดเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม ค.ศ.2006 และระหว่างนี้ อยู่ระหว่างการดำเนินคดีอยู่ในศาล

ของกลางเหรอคราวๆ ประกอบไปด้วยลิ้นหัวใจ ผิวหนังมนุษย์ที่เลาะออกจากศพ เส้นประสาท เส้นเอ็น และชิ้นส่วนอื่นๆ ที่ถูกแช่แข็งเอาไว้ที่ตู้พิเศษ บางชิ้นส่วนก็ในน้ำยาเคมีเพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อเยื่อและเซลล์เน่าเปื่อย ใช้ขนส่งทางเครื่องบิน

ผู้ที่อยู่ร่วมแก๊งค้า ผีอ้างว่าศพเหล่านี้ มาจากความยินยอมของผู้ตาย นี้ไงใบอนุญาติ แต่ผลตรวจสอบแล้วพบว่ามันเป็นของเก๊ ทำปลอมขึ้น

จากการสอบสวนของตำรวจอเมริกันพบว่าชิ้นศพ เหล่านี้มีมูลค่าส่งออกมูลค่ามหาศาลมาก

แค่ดูบัญชีราคาชิ้นส่วนศพคร่าวๆ พบว่า ชิ้นส่วนศพอายุต่ำกว่า 60 ปี และ 60-70 ปี ราคาชิ้นส่วนศพคนแก่ถูกกว่าคนหนุ่มบอกรายละเอียดว่า กระดูกโคนขา ราคา 500 ดอลลาร์ กระดูกน่อง ราคา 200 ดอลลาร์ กระดูกแข้ง 400 ดอลลาร์ กระดูกสะโพก 175 ดอลลาร์ และกระดูกเชิงกราน(ต่อชิ้น) 400 ดอลลาร์ บางชิ้นส่วนราคาอาจสูงถึง 150,000 ดอลลาร์หรือ 5-4 ล้านบาทที่เดียวเมื่อแยกเป็นชิ้นๆ และชิ้นส่วนที่ขายได้ราคาดีคือกระดูกขาและผิวหนังครับ

กระดูกขามนุษย์ที่นำมาใช้มีอยู่หลายกรณี เช่นทำเป็นหนอมรองกระดูกสันหลังแก่คนไข้ ที่มีอาการกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทผ่าตัด ใช้ทำรากฟัน รวมทั้งแก้ไขโรคกระดูกต่างๆ

สำหรับผิวหนังของมนุษย์ก็นำมาใช้ตกแต่งใบ หน้า ไฟไหม้ เสริมสวย ทำหน้าสวย เป็นต้น

ปัจจุบันมีการออกกฎหมาย สำหรับการค้าอวัยวะมนุษย์มากขึ้นแต่อย่างไรก็ตามโลกก็ยังต้องการอวัยวะเพื่อ คนป่วยอย่างสม่ำเสมอ ทำให้บริษัทค้าอวัยวะมนุษย์ก็เริ่มเล่ห์เลี่ยมมากขึ้นเพื่อหวังรวยทางลัดให้ จงได้

http://www.manager.co.th/Lite/ViewNews.aspx?NewsID=9500000094594

http://learners.in.th/blog/rights/258692+ +

Credit:Cammy

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

อารายเหรอ