วันอาทิตย์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

คุณทำให้คนรัก แฮปปี้แล้วรึยัง?

คุณทำให้คนรัก แฮปปี้แล้วรึยัง?

Pic_96958

มีเรื่องร้องเรียนผ่านหูผ่านตาเข้ามาทำนองว่า ตอนเป็นโสดน่ะอยู่ดีไม่ว่าดี ดั๊น...ดันดิ้นรน, ร้อนรนและตะเกียกตะกายอยากมีใครสักคนมาเป็นแฟนให้ได้ นัยว่า ถ้าไม่มีใครเข้ามาจีบ คุณเธอก็จะ "ทอดสะพานเสริมเหล็ก" ให้เอง เพราะกลัวว่าชีวิตนี้จะอับเฉาไร้คนเลิฟมาเคียงข้าง คล้ายเนื้อเพลงที่ว่า อยู่คนเดียวไปวันๆ ฉันกลัวกับการไม่มีใคร นั่นแหละฮ้า

แล้วเป็นไงล่ะ ทุกวันนี้พอมีแฟนแล้ว กลับมาบ่นล้งเล้งอย่างเสียงดังฟังชัดว่า ตูไม่น่าเลือกไอ้คนนี้มาเป็นแฟนเล้ย แหมตอนที่ยังจีบกันอยู่น่ะ เค้าก็เอาอกเอาใจชั้นดีอยู่หรอก แค่บอกว่าเดี๊ยนอยากกินอะไร...สมมติว่าเป็นผัดไทยก็แล้วกัน แม้เค้าจะรู้ทั้งรู้ว่าร้านเจ้าอร่อยที่เดี๊ยนชื่นชอบนั้นตั้งอยู่ไกลสุด หล้าฟ้าเขียวแค่ไหน เค้าก็ยังไขว่คว้าแสวงหาและอุตส่าห์ถ่อสังขารไปซื้อมาให้กินจนได้ ขนาดวันนั้นเป็นวันธรรมดาที่ต่างคนก็ต่างต้องทำงานตัวเป็นเกลียวซะด้วยนะ แต่เค้าก็ทำให้เดี๊ยนประทับใจจนได้แฮะ

อู๊ย...แต่พอผ่านพ้นช่วงของ "การจีบ" กันไปแล้วดิ ขนาดเป็นช่วงโปรโมชั่นตอนที่รักกันใหม่ๆ ก็ดู เหมือนเค้าลดความกระตือ รือร้นที่อยากจะเอาใจใส่ เดี๊ยนลงนะ จากที่เคยชวนไปดินเนอร์กันบ่อยๆ ต่อมาก็ไม่บ่อยเหมือนอย่างเคย... แต่ขอโทษที่ขัดจังหวะเพราะฟังแล้วคันปากยิกๆค่ะท่านผู้ชม เนื่องจากอยากถามเหลือเกินว่า แล้วที่ไปดื่มด่ำดินเนอร์กันนั้น ใครเป็นฝ่ายจ่ายสตางค์ฟะ?

เออ ถ้าหารกันออกหรือผลัดกันจ่ายก็แล้วไป แสดงว่าสตุ้งสตางค์ไม่ใช่เงื่อนไข แต่ถ้าปล่อยให้เค้าจ่ายอยู่ฝ่ายเดียว ก็ไม่ไหวเหมือนกันน้า นอกซะจากว่า เค้าร่ำรวยเป็นเจ้าสัวหรือลูกของผู้มีอัน จะกินก็แล้วไป เค้าคงไม่คิดมากที่จะจ่ายค่าอาหารให้หล่อนหรอก...แต่ๆ อย่าคิดว่า โลกนี้จะมีแต่คนรวยมือเติบนะเฟ้ย ประเภทรวยแถมยังขี้แอ็กก็ถมไป! ดังนั้น พอถามสาวขี้บ่น (หรือเข็ดในรักก็ไม่รู้ดิ) จึงได้ความว่า โอ๊ย...ตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกันเค้าก็บอกกติกามาเลยว่า ไปกินอะไรที่ไหนก็ให้หารกันออก อู๊ย...งั้นไม่มีทางที่เค้าจะ "เลี้ยง" หล่อนมั่งเลยสินะ เฮ้อ...ช่างสมกับเป็นสุภาพบุรุษซะจริงๆ...ประชดนะยะที่พูดเนี่ย

เอ้า ทีนี้รู้แล้วว่า เค้าห่างหายจากการไปดินเนอร์กับหล่อน...แล้วไงต่อ?

เธอ บอกว่า ตอนนี้น่ะเรอะ "เดี๊ยนก็ต้องกลายเป็นฝ่ายเอาใจเค้าแทนน่ะซี ถ้าวันไหนแวะไปบ้านเค้าเมื่อไหร่ เค้าก็จะบอกให้ช่วยซักผ้าถูบ้านให้ด้วย เมื่อก่อนนี้เค้ายังจ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดห้องให้นะ แต่พอมีชั้น มันก็เลิกจ้างทันที เอ๊ะอย่างงี้ที่ว่ากันว่า มีแฟนไว้ คอยดูแลกันและกัน แต่นี่ดูเหมือนชั้นกลายเป็นคนรับใช้เค้ามากกว่ามั้ง"...โถเพิ่งรู้ตัวรึจ๊ะ เออแต่คิดได้ก็ดีแล้ว ยังดีกว่ามัวงมโข่งเป็น "สี" ทนได้ ถือว่าเป็นบุญของหล่อนแล้วนะเนี่ย งั้นขอปรบมือแสดงความยินดีที่ตาสว่างซะทีก็ละกัน

ที่เล่าให้ฟังข้าง ต้นก็เป็นคู่รักแซมเปิ้ลที่ฝ่ายหญิงอาจผิดหวังที่ไม่ได้แฟนอย่างที่เธออยาก ให้เป็นก็งี้แหละ แต่อย่าคิดเชียวว่าการมีแฟนแล้วจะมี "จุดเปลี่ยน" เป็นหยั่งงี้เสมอไป เพราะเห็นยังมีคู่รักคู่รสที่อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขสนุกสนานออกถมเถ ซึ่งเชื่อปะว่า คู่ที่อยู่ด้วยกันอย่างแฮปปี้ ก็ใช่ว่าต่างฝ่ายต่างไม่รู้สึกนะว่าอีกฝ่ายเปลี่ยนไป เพราะใครๆก็เปลี่ยนไปได้ทั้งนั้น เหตุนี้คุณโยมแต่ละท่านคงต้องภาวนากันละว่า แฟนของตัวจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีมากกว่าไม่ดีนะจ๊ะ

ดังนั้น จึงอยากถามไถ่ คุณผู้อ่านกันมั่งว่า วันนี้คุณได้ทำอะไรให้แฟนชื่นใจ, ชอบใจและสบายใจกันแล้วรึยัง? เพราะถ้าคุณอยากมีชีวิตคู่ที่มีความสุข (ซึ่งบางครั้งอาจจะเบื่อกันบ้างก็ช่าง) ละก็ ศิลปะการครองรักครองเรือนก็มีความสำคัญ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าความรักที่มีต่อกันนะยะ

ซึ่งวิธีที่จะทำให้สุด เลิฟของเรา (ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย) แฮปปี้ก็มีมากมาย ขึ้นอยู่กับว่าจะทำให้กันรึเปล่าเท่านั้น เช่น 1. คุณพูดจาไพเราะเสนาะหูกับเค้ามั่งรึเปล่าล่ะ

อ่ะ อย่าคิดว่าคำพูดคำจาไม่สำคัญนะ ถ้าคุณพูดจาห้วนๆกับเค้า เค้าก็สามารถคิดเตลิดเปิดเปิงไปได้ไกลโคตรว่าคุณกำลังโมโหหรือโกรธอะไรเค้า อยู่รึเปล่าเนี่ย ถึงไม่คะ, ขา หรือฮะ, ครับกับเค้าบ้างเลย แถมมีนะบางคู่อยู่ๆกันไป นอกจากจะปล่อยเนื้อปล่อยตัวไม่สะโอดสะอง, สเลนเดอร์ชวนมอง แต่ "ชวนกลุ้ม" มากกว่าแล้ว (แต่เอาเหอะบางทีสังขารคนเรามันก็ไม่เที่ยง) กระนั้นปากคอหรือคำพูดคำจา น่าจะยังชวนให้ยึดเหนี่ยว "ความผูกพัน" กันเอาไว้เหมือนเดิมนะ งั้นมามะพูดเพราะๆกับเค้าสักคำสิจ๊ะ

2. รับฟังปัญหาของอีกฝ่าย และถ้าช่วยได้ก็ช่วยกันคิดช่วยกันแก้ไขซะนะ

มนุษย์ทุกคนล้วนมีปัญหา ต่อให้คุณเป็นมนุษย์ เงินเดือน, เงินดาวน์, เงินผ่อน, ทำธุรกิจส่วนตัวหรือไม่ได้ทำงานอะไรเลย คงต้องมีบ้างละว้า ที่บางครั้งคุณต้องเผชิญกับปัญหาซึ่งบางทีก็แก้ไขได้มั่ง, ไม่ได้มั่ง จนคุณนำปัญหานี้ไปเปรยๆให้แฟนฟัง แค่แฟนของคุณยอมฟังปัญหาของคุณเท่าเนี้ย เชื่อเลยว่าเค้าก็ดีใจแล้ว! แต่จะยิ่งแจ๋วเข้าไปใหญ่หากคุณช่วยหาทางออกให้เค้าด้วย ในยามที่เค้ารู้สึกว่าปัญหานี้มันรบกวนใจและคิดแก้เท่าไหร่ก็แก้ไม่หลุดสัก ที ถ้าคุณช่วยได้ ก็อย่าลืมคิดไอเดียดีๆมาเล่าสู่กันฟังละกันนะ

3. ยิ้มให้เค้าบ้างสิ

บางคู่อยู่กันไปนานๆ บางทีก็ลืมส่งยิ้มให้กันเหมือนสมัยยังจีบกันก็เยอะ ดังนั้น ถ้าอยากให้คนรักมีความสุขละก็ เตรียมรอยยิ้มตอนเจอกันทุกเย็นหรือทุกครั้งที่เค้ากลับเข้าบ้านไว้ซะเลย แล้วควรยิ้มอย่างจริงใจด้วยนะ ไม่ใช่ฉีกยิ้มมาแต่ไกลแต่ที่แท้อยากให้เค้าซื้อของขวัญให้ แหมจริงใจน่าดู...ตูละเซ็ง

4. อย่าหาเรื่องทะเลาะ และถ้าโกรธกันเมื่อไหร่ ควรเคลียร์ให้จบในทันที

บางครั้งเค้าอาจเผลอ ทำผิดอะไรไปบ้าง (ซึ่งแม้แต่คุณเองก็ทำผิดได้) แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอย่างรุนแรง ก็อย่าหาเรื่องมีปากเสียงกันดีฝ่า หรือถ้าโกรธก็ควรโกรธ, ควรงอนแต่พองาม โถ...คนเราคบกันก็ย่อมกระทบกระทั่งกันมั่งเป็นธรรมดา แล้วควรอภัยกันให้ได้ เท่าเนี้ยคู่ไหนคู่นั้นก็แฮปปี้แย้ว.

@@@

1 ความคิดเห็น:

อารายเหรอ